‘เวียดนาม’ เป้า 5 ปี GDP เติบโต 10%

ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักงานสถิติทั่วไปแห่งชาติเวียดนาม (GSO) รายงานภาวะเศรษฐกิจประจำปี 2025 อย่างเป็นทางการ


ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา สำนักงานสถิติทั่วไปแห่งชาติเวียดนาม (GSO) รายงานภาวะเศรษฐกิจประจำปี 2025 อย่างเป็นทางการ ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ GDP ขยายตัวอย่างร้อนแรง 8.02% ส่งผลให้ขนาดเศรษฐกิจรวมของประเทศขยับขึ้นสู่ระดับ 5.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 16.09 ล้านล้านบาท ถือเป็นมูลค่าเศรษฐกิจสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 32 ของโลก

ความมั่งคั่งของประชากรเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GDP per capita) ของชาวเวียดนามปี 2025 ขยับขึ้นสู่ระดับ 5,026 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน หรือประมาณ 157,313 บาทต่อคน

ขณะที่ผู้นำเวียดนาม ประกาศว่า เวียดนามจำเป็นต้องเดินหน้าสู่ “รูปแบบใหม่” เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับ 10% ด้วยการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ภาคเอกชนและการขจัดปัญหาคอร์รัปชัน..!!

To Lam เลขาธิการใหญ่เวียดนาม แสดงวิสัยทัศน์ในการประชุมสมัชชาใหญ่ถึงการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงควบคู่การคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระ ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความตึงเครียด ระหว่างพันธมิตรทางการเมืองและเศรษฐกิจหลักของเวียดนาม อย่างสหรัฐฯ และจีน

“เราต้องมีความมุ่งมั่นการเปลี่ยนแปลงแนวคิด พัฒนาสถาบันและยกระดับขีดความสามารถด้านธรรมาภิบาล จุดอ่อนที่สำคัญสุดของเวียดนาม คือ การที่มีนโยบายที่ดีจำนวนมาก แต่ไม่ถูกนำไปใช้ให้เกิดผลจริง

โดยชื่อของ To Lam ถูกคาดการณ์ว่าจะถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่จนครบวาระ 5 ปี และอาจถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยการลงคะแนนลับที่ดำเนินต่อเนื่องหลายวัน จะนำไปสู่การเลือกตั้งคณะโปลิตบูโร (Politburo) และหัวหน้าพรรคคนใหม่ช่วงปลายสัปดาห์นี้

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลาที่สำคัญของเวียดนาม ที่กำลังเจรจาข้อตกลงภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ ขณะเดียวกันพยายามรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีน โดยเวียดนามยังคงเป็นประเทศที่รับอานิสงส์สำคัญ จากการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ดุลบัญชีการค้าของเวียดนามเพิ่มขึ้น และสร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

เหตุการณ์นี้เปิดโอกาสให้ To Lam ตอกย้ำการปฏิรูปที่เขาผลักดันตลอด 18 เดือน ในฐานะหัวหน้าพรรค นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสุดรอบกว่า 4 ทศวรรษ อาทิ การปรับลดขนาดระบบราชการ การลดจำนวนจังหวัดลงครึ่งหนึ่ง และการยกเลิกโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นหนึ่งระดับ

ขณะเดียวกันการเสนอชื่อบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญอื่น ๆ จะมีข้อยุติ รวมถึงการอนุมัติแผนเศรษฐกิจฉบับใหม่ ที่ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเฉลี่ย 10% ต่อปีช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเวียดนามมีการขยายตัว 8.02% แม้ต้องเผชิญมาตรการเก็บภาษีศุลกากร 20% จากรัฐบาลทรัมป์ก็ตาม

โดยรัฐบาลเวียดนาม เดินหน้าผลักดันการพัฒนาภาคเอกชน เพื่อให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญสุด พร้อมมุ่งสร้างกลุ่มบริษัทรายใหญ่ของภาคเอกชนเวียดนาม ถือเป็นประเด็นที่ To Lam กล่าวย้ำต่อการประชุมครั้งนี้ โดยการออกมติที่ 68 เมื่อปีที่ผ่านมา ยกระดับบทบาทของภาคเอกชน จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นเพียง “แรงขับเคลื่อนสำคัญ”..

ขณะที่บริษัทของรัฐ ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจ ภายใต้มติที่ 79 ฉบับล่าสุด จะมีบทบาทสำคัญในการนำทางและกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ โดยเอกสารยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขับเคลื่อนนวัตกรรม

“เวียดนาม” ตั้งเป้ายกระดับห่วงโซ่มูลค่า และก้าวสู่สถานะประเทศรายได้สูงภายในปี 2588 ร่างแผนดังกล่าวให้ความสำคัญกับการพัฒนาและการครอบครองอุตสาหกรรมเกิดใหม่ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ถือเป็นความท้าทายต่อเวียดนามและคู่แข่งขันอย่าง “ไทย” อันมีนัยสำคัญยิ่ง..!!

Back to top button