
‘การบินไทย’ ร่วงแรง!
วานนี้หุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “บินไทย” ดิ่งลงแรง มีการซื้อขายมากกว่า 610.3 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขายกว่า 3,603 ล้านบาท
วานนี้หุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า “บินไทย” ดิ่งลงแรง
มีการซื้อขายมากกว่า 610.3 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขายกว่า 3,603 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทั้งจำนวนหุ้น และวอลุ่มเทรดมีมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว
นับตั้งแต่ที่บินไทยกลับเข้าเทรด จำนวนหุ้นที่ซื้อขายกันในช่วงหลัง ๆ อย่างมากจะอยู่ระหว่าง 10-60 ล้านหุ้นเท่านั้น
ส่วนวานนี้ที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นมา เพราะหุ้นการบินไทย ในสัดส่วน 25.0% ของจำนวนหุ้นที่ติด silent period (จำนวนประมาณ 6,601 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.3% ของจำนวนหุ้นที่ออกและ ชำระแล้วทั้งหมด) จะพ้นช่วงเวลาห้ามขายหุ้น
ย้ำกันอีกครั้งว่าหุ้นที่ติด silent period เป็นหุ้นที่ได้รับจัดสรรจากการ “แปลงหนี้เป็นทุน” มีต้นทุนอยู่ที่ 2.5452 บาทต่อหุ้น และ “หุ้นเพิ่มทุน” มีต้นทุนที่ 4.48 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากดูจากราคาปิดวันก่อนหน้า (3 ก.พ.) ที่ระดับ 7.00 บาท ดีดลูกคิดคำนวณออกมา ยังไงก็มี “กำไร”
ก่อนหน้ากลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ ที่ถือหุ้นรวมกันกว่า 6,230,287,551 หุ้น คิดเป็น 22% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด จะได้แสดงเจตจำนงแล้วว่า จะไม่ขายหุ้นออกมา
เช่นเดียวกับกลุ่มสถาบันการเงินที่นำโดย 3 แบงก์ใหญ่ คือ กรุงไทย (KTB) กรุงเทพ (BBL) และทหารไทยธนชาต (TTB) ที่มีการวิเคราะห์ว่า ยังไม่น่าจะขายออกมาเช่นกัน เนื่องจากว่า ยังไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสม เนื่องจากแบงก์แต่ละแห่งเอง ยังเผชิญกับปัญหาสภาพคล่องระดับสูง ดังนั้น หากขายหุ้นออกมา ยิ่งจะทำให้สภาพคล่องสูงขึ้นไปอีก
การขายหุ้นการบินไทย เมื่อวานนี้ จึงมีการประเมินว่า ยังไม่น่ามาจากกลุ่มสหกรณ์และ 3 แบงก์ใหญ่
ส่วนกลุ่มที่น่าจะขายออกมา อาจเป็นกลุ่มสถาบันการเงินระดับเล็ก กองทุนต่าง ๆ รวมถึงนักลงทุนรายย่อย
ผมไม่แน่ใจว่า ยอดทั้งจำนวนหุ้นและวอลุ่มเทรดออกมาเมื่อวานนี้ จะมากกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินกันไว้หรือไม่
ราคาหุ้นการบินไทยที่ปรับลงแรง ได้รับแรงกดดันจากการขายหุ้นที่พ้น silent period ซึ่งไม่ได้เกิดจาก “พื้นฐาน”
ดังนั้น จึงมีการคำนวณราคาหุ้นของการบินไทยที่ระดับ 6.00 บาท ที่เป็นราคาปิดวานนี้ คิดเป็น PE Ratio ปี 2569 เพียง 6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคที่ 11.4 เท่าถึง 48%
และคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.0%
ตัวเลขยีลด์ 5% นี้ ยังถูกนำไปเทียบกับกลุ่มธนาคารด้วยว่าเกือบจะอยู่ระดับเดียวกัน
แต่แน่นอนว่าตัวเลขยีลด์ 5% จะสูงกว่าผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยของ SET และของภูมิภาคที่ 3.0% เป็นระดับราคาที่น่าจะพิจารณาทยอยสะสม เนื่องจากแนวโน้ม กำไรปี 2569 ที่แข็งแกร่งน่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในระยะถัดไป
หากอ้างอิงจากข้อมูลตรงนี้
วันนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่ราคาหุ้นการบินไทยอาจจะปรับขึ้นได้บ้าง
โดยอาจจะเป็นการขึ้นหรือรีบาวด์ทางเทคนิค หรืออาจจะขึ้นเพราะลงมาในระดับมีความเหมะสมแล้ว
นักลงทุนที่เข้าหุ้นการบินไทย เชื่อว่า ยังอาจจะไม่ใช่นักลงทุนระยะยาวมากนัก เพราะยังต้องระวังหุ้นที่จะพ้น Silent period ช่วงที่สอง (เหลืออีกอีก 75%) ในวันที่ 3 ส.ค. 69 ซึ่งเป็นช่วงเจ้าหนี้ที่แปลงหนี้เป็นทุนจะขายหุ้นออกไปได้อีก
ซึ่งหุ้นจำนวนนี้ถือว่าค่อนข้างมาก
และมีความเป็นไปได้ที่สถาบันการเงินรายใหญ่ที่นำโดย 3 แบงก์ อาจจะพิจารณาขายหุ้นออกมาก็ได้
เช่นเดียวกับกลุ่มสหกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องมาดูว่า จะยังสามารถคุมไม่ให้ขายกันได้ต่อไปหรือไม่
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ปัจจัยเรื่องหุ้นที่จะพ้น Silent period ช่วงสองนี้ น่าจะยังกดดันหุ้นการบินไทยต่อไป เว้นแต่ผลประกอบการงวดไตรมาส 1-2/69 จะออกมาดีมาก
บวกกับเงินปันผลที่คิดออกมาเป็นยีลด์แล้วน่าสนใจจริง ๆ
กลุ่มที่ถือหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุน อาจจะถือหุ้นต่อไปก็ได้
ส่วน 3 แบงก์ใหญ่นั้น จากข้อมูลที่ตรวจสอบมาล่าสุด คือ ยังไง 3 แบงก์นี้เขาต้องขายออกมาแน่ ๆ ภายใต้เงื่อนไขหากหุ้นที่เกิดจากการ “แปลงหนี้เป็นทุน” นั้น “มีกำไร”
รวมถึงภายใต้เกณฑ์ของแบงก์ชาติที่ไม่ต้องการให้ธนาคารเข้าไปถือหุ้นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (การเงิน)
แม้ว่าการถือหุ้นนั้น ๆ จะไม่ได้อยู่ปริมาณที่มีอำนาจการควบคุม