ก.ล.ต.ขยายโอกาสกองทุน Thai ESG ลุยหุ้น ‘JUMP+’ หวังยกระดับธรรมาภิบาล

เป็นอีกมิติหนึ่งสำหรับการผลักดันเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในตลาดทุนไทย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน


เส้นทางนักลงทุน

เป็นอีกมิติหนึ่งสำหรับการผลักดันเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในตลาดทุนไทย ดังนั้นสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงอยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์เพิ่มเติมให้กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG) สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้

แต่บริษัทนั้น ๆ จะต้องได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป ซึ่งวัตถุประสงค์ในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ บจ.ยกระดับด้านธรรมาภิบาล ควบคู่กับการดำเนินงานตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัทที่มีคุณภาพ และรายงานความคืบหน้าให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในเดือนมีนาคม 2569 นี้

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นชอบในหลักการของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน (ก.ต.ท.) ในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวม Thai ESG

บจ.ที่มีคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า ถือเป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนที่ Thai ESG สามารถลงทุนได้ และไม่น่าจะมีความเสี่ยง ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทจะมีเป้าหมายอย่างชัดเจน และมีการจัดทำแผนการเติบโตของบริษัทไว้แล้วอย่างเป็นขั้นตอน

  • กองทุนรวม Thai ESG

นับเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยข้อมูล ณ วันที่ 26 มกราคม 2569 กองทุนรวม Thai ESG (รวม Thai ESGX) มีจำนวน 77 กองทุน ภายใต้การบริหารจัดการของ 19 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม (NAV) ประมาณ 103,146 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 249 เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2567

หลักทรัพย์ที่กองทุนรวม Thai ESG สามารถลงทุนได้ในปัจจุบัน ประกอบด้วย หุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้านความยั่งยืน (ESG)

หรือที่เปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและผ่านการทวนสอบ หรือที่มีธรรมาภิบาลดีเลิศ และเปิดเผยแผนเพิ่มมูลค่ากิจการ (corporate value up plan) รวมทั้งตราสารหนี้และโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนกลุ่มความยั่งยืน ตลอดจนหน่วยของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน E หรือ ESG

แนวคิดจากโครงการ JUMP+ มีที่มาจาก JUMP+ ของญี่ปุ่น เพื่อแก้ปัญหาบริษัทขนาดเล็กที่สภาพคล่องต่ำและขาดการสื่อสารกับนักลงทุน โดยเน้นผลักดันให้ บจ. เปิดเผยแผนธุรกิจและความเสี่ยงมากขึ้น

ในส่วนของโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ บจ.จัดทำและดำเนินการตามเป้าหมายและแผนการเติบโตของบริษัท ซึ่งรวมถึงแผนเพื่อยกระดับด้านธรรมาภิบาลตลอดจนสนับสนุนการเปิดเผยข้อมูลและการสื่อสารกับผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของ บจ.

และเพิ่มความน่าสนใจต่อผู้ลงทุนในระยะยาว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมอบเงินสนับสนุนรวมกว่า 5 ล้านบาท ต่อบริษัท เพื่อใช้จ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนธุรกิจและสื่อสารกับนักลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเห็นศักยภาพของบริษัทผ่านการนำเสนอแผนงาน (Opportunity Day)อย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งโครงการนี้สร้างความเชื่อมั่นผ่านความโปร่งใสและการตรวจสอบได้ โดย บจ.ต้องเปิดเผยแผนธุรกิจ (Corporate Value Up Plan) และรายงานความคืบหน้าทุกครึ่งปีตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเปิดรับสมัคร บจ.และกำหนดให้ส่งแผน JUMP+ ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นี้

สำหรับบริษัทที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปถือเป็นระดับ “ดีเลิศ” หรือ ระดับ 5 ดาว โดยกลุ่มที่มีคะแนนระดับดังกล่าวในปี 2567-2568 มีจำนวนมาก เช่น ADVANC, CPALL, CPF, KBANK, SCBนอกจากนี้ ยังมี บจ.กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เช่น SPALI, ORI, BRI, CPANEL, PANEL, PRI  รวมทั้งกลุ่มทรัพยากร กลุ่มพลังงาน และอื่น ๆ

การขยายโอกาสให้กองทุน Thai ESG ลงทุนหุ้นในโครงการ JUMP+ ที่มีคะแนนระดับดีเลิศซึ่งยืนยันถึงการมีธรรมาภิบาลที่ดีได้เพิ่มเติม จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการ และดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น

Back to top button