
ขายทิ้งลูกเดียว?
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่รูดมหาราชคราวนี้ ถือเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริง ๆ เพราะสงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง “อิหร่าน” กับ “สหรัฐฯ” มันทำให้นักลงทุนทั่วโลกขนหัวลุกกันเป็นแถว
สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่รูดมหาราชคราวนี้ ถือเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริง ๆ เพราะสงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง “อิหร่าน” กับ “สหรัฐฯ” มันทำให้นักลงทุนทั่วโลกขนหัวลุกกันเป็นแถว และกังวลว่า ปัญหาดังกล่าวจะลุกลามใหญ่โตเกินจะควบคุม แถมเที่ยวนี้อิหร่านเปิดฉากยิงจรวดไปทั่วตะวันออกกลาง และมีการจมเรือขนน้ำมันเป็นว่าเล่นแบบนี้ เรื่องมันจะจบตรงไหนล่ะตัวเอง
ในเมื่อสถานการณ์ส่อไปในทางที่แย่ลง “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่นักลงทุนสถาบันเทขายหุ้นแบบไม่มีเยื่อใย โดยเฉพาะในรายของกองทุนที่สาดหุ้นออกมาเกือบ 6 พันล้านบาท ถือเป็นช็อตที่ทำให้แฟนคลับช็อกชั่วขณะ เพราะหลายคนมองว่า นักลงทุนต่างชาติน่าจะเป็นคนสาดหุ้นแบบไม่ดูดำดูดี แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า ขายหุ้นออกมาแค่ 656 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ต่างชาติไม่แพนิกเท่ากองทุนนะนายจ๋า!
ส่วนนักลงทุนที่เป็นพวกป๊อบเทรดก็ขายออกมาราว 1.62 พันล้านบาท ถือเป็นเรื่องปกติของพวกนกรู้ที่ต้องเผ่นเอาตัวรอดก่อนใครเพื่อน เพราะยึดคติในการลงทุนว่า “ขายก่อน..รอดก่อน” และวันหน้าค่อยว่ากันใหม่ ขณะที่แมงเม่าก็พกความมั่นใจในการลงทุนมาอย่างล้นปรี่ จึงซื้อสวนเข้าไปมากถึง 8.27 พันล้านบาท แต่สุดท้ายก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก เพราะดัชนีทรุดตัวลงมาปิดโลว์ของวันที่ระดับ 1,466.51 จุด ลบไป 61.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.13 แสนล้านบาทจ้า
นั่นหมายความว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญกับแรงขายอีกระลอก เพราะนักลงทุนเบนเข็มไปลงทุนทองคำมากขึ้น และพร้อมจะขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง ผนวกกับกลิ่นอายของสงครามโลกครั้งที่ 3 ยังคละคลุ้งออกมาเป็นระยะ “โมนิก้า” ถึงมองสถานการณ์ดีสุดของตลาดหุ้นไทยคงทำได้แค่รีบาวด์ ต่อจากนั้นคงไซด์เวย์ออกด้านข้างอีกระยะหนึ่ง และหวังว่า กรณีเลวร้ายสุดดัชนีจะไม่หลุดเส้นแนวรับ 25 วันตรงบริเวณ 1,420 จุดนะจ๊ะ
น่าเห็นใจสุด ๆ คงมองไปที่หุ้นโรงบาล BH หลังโดนถล่มอย่างหนักหน่วงตั้งแต่เช้าจรดเย็น จนราคาหุ้นลงมาปิดโลว์ของวันที่ระดับ 185 บาท ลบไป 28 บาท หรือลงไป 13.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.38 พันล้านบาท ล้วนมาจากความกังวลเรื่องคนไข้ตะวันออกกลางน่าจะลดฮวบ ซึ่งจะกระทบกับตัวเลขกำไรปี 69 อย่างมีนัยสำคัญ และจะกดดันให้หุ้นทรุดกลับไปที่ฐานเก่าที่บริเวณ 160 บาทอีกอะป่าว?
อีกรายที่น่าเห็นใจก็คือน้องมิ้น MINT เพราะในระยะ 10 ปีมีแต่เรื่องหนัก ๆ ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ไล่เรียงตั้งแต่เศรษฐกิจชะลอตัว ถัดมาก็โดนเรื่องโควิด ต่อจากนั้นก็มีเรื่องสงคราม ซึ่งกระทบกับผลงานของบริษัทเต็ม ๆ และยังทำให้นักลงทุนเกิดอาการขวัญกระเจิงกันเป็นแถว และทางออกเดียวที่ดีสุดในตอนนี้ก็คือ ขายหุ้นทิ้งแบบไม่ต้องรีรออะไรทั้งนั้น ราคาหุ้นถึงลงมายืนปิดที่ 23.80 บาท ลบไป 2.20 บาท หรือลงไป 8.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.96 พันล้านบาทไงล่ะคะ
เช่นเดียวกับในรายของ AAV ก็โดนผลกระทบเรื่องสงครามเล่นงานแบบเต็ม ๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทำท่าจะฟื้นอย่างมีความหวัง แต่ทันทีที่มีระเบิดตูมแรกลงเท่านั้น! ทุกอย่างก็เปลี่ยนอย่างสิ้นเชิง โดยราคาหุ้นทิ้งตัวลงมาปิดที่ระดับ 1.15 บาท ลบไป 0.15 บาท หรือลงไป 11.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 445 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทรุดตัวต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แบบนี้..มันมีโอกาสไหลลงไปหาโลว์เก่าที่บริเวณ 1.05 บาทสูงมากนะตัวเอง
ขนาดพ่อดอกมะลิ JAS ยังโดนเอฟเฟกต์กับเขาด้วยเต็ม ๆ ทั้งที่เรื่องสงครามไม่น่าจะกดดันให้ราคาหุ้นทิ้งตัวลงแรงขนาดนี้ แต่เมื่อรวมกับผลงานที่ขาดทุนแดงโร่มาแต่ไกล ก็ทำให้หลายคนทิ้งหุ้นแบบไม่คิดชีวิต จนราคาหุ้นลงมาปิดที่ระดับ 1.19 บาท ลบไป 0.13 บาท หรือลงไป 9.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 134 ล้านบาท พร้อมกับทำออลไทม์โลว์แบบนี้..สถานการณ์ไม่ปกติแล้วนะคะ
โมนิก้าและทีมงาน