ASPS แนะปรับพอร์ตลงทุน ชู BBL-BLA-GULF หุ้นเด่นรับฟันด์โฟลว์

บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ประเมินแนวโน้มเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยโดดเด่นกว่า 3 หมื่นล้านบาท แนะจัดพอร์ตรับความผันผวนและการหมุนเวียนกลุ่มลงทุน ชูหุ้นปลอดภัย หุ้นปันผลสูง และหุ้นรับอานิสงส์ดอกเบี้ยขาขึ้น โดยยกให้ BBL, BLA และ GULF เป็นหุ้นเด่น ควบคู่กับการเก็งกำไรหุ้นเปิดเมือง


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS เปิดเผยว่า ตลาดโลกกำลังจะเข้าสู่โหมดการหมุนเวียนเม็ดเงินลงทุน จึงแนะนำกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุน ได้แก่ 1.หุ้นปลอดภัยและทนความผันผวน (Defensive) อาทิ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS, บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF

2.หุ้นปันผลสูง (Dividend) ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK, บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และ 3.หุ้นที่ได้ประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ในระดับสูง ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA และ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI

พร้อมกันนี้ยังแนะน โดยชูกลยุทธ์ลุยหุ้นกลุ่มเปิดเมือง นำทีมโดย บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC และ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN

ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก ตลาดหุ้นไทยกลับได้รับความสนใจอย่างโดดเด่นจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) โดยมียอดเงินทุนไหลเข้าสะสมนับตั้งแต่ต้นปี สูงกว่า 933.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.05 หมื่นล้านบาท) สวนทางกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย, เกาหลีใต้, อินเดีย และเวียดนาม ที่ถูกเทขายอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยประเมินทิศทางตลาดหุ้นโลกว่า กำลังเผชิญแรงกดดันและมีความผันผวนสูงขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. สงครามตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้น จากการปะทะระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ขยับขึ้นจาก 92 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล, 2.เงินเฟ้อโลกยังมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของยุโรปเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 2.25% ในการประชุมวันที่ 11 มิถุนายนนี้ และ 3. สหรัฐฯ เตรียมงัดกำแพงภาษีใหม่ โดยเตรียมเก็บภาษีนำเข้ากับ 60 ประเทศคู่ค้า (รวมถึงประเทศไทย) ภายใต้กฎหมาย Section 301 โดยอ้างเหตุผลด้านการป้องกันแรงงานบังคับที่ไม่เพียงพอ ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงที่กดดันภาคการส่งออกของไทย

Back to top button