AMATA เติบโตท่ามกลางความผันผวน.!

จากผลการดำเนินงาน AMATA ปี 2568 สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย


จากผลการดำเนินงาน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ปี 2568 สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 3.09% มาอยู่ที่ 14,524 ล้านบาท แต่ “คุณภาพกำไร” กลับมีความโดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีกำไรสุทธิ 4,098 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.54% และกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ขยายตัวถึง 27.63% 

นั่นบ่งบอกถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทำให้มีอัตรากำไรสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึกรายละเอียดรายได้แยกตามประเภทธุรกิจ จะเห็นความน่าสนใจเชิงกลยุทธ์ 1)ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (61% ของรายได้หลัก) แม้รายได้ลดลง 3.35% จากการโอนที่ดินที่ลดลงเล็กน้อย (1,645 ไร่ เทียบกับ 1,912 ไร่ในปีก่อน) แต่อัตรากำไรขั้นต้นกลับโตก้าวกระโดดจาก 38.18% มาเป็น 54.35% สาเหตุมาจากการโอนที่ดินนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี ที่มีราคาสูง รวมถึงอานิสงส์จากการปรับลดต้นทุนพัฒนาในเวียดนาม ที่รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแลโครงสร้างพื้นฐานถนน

2)ธุรกิจบริการสาธารณูปโภค (32% ของรายได้หลัก) ถือว่าเผชิญความท้าทายจากกำลังผลิตที่ลดลงของลูกค้า ในเวียดนาม ทำให้รายได้ลดลง 4.90% แต่ธุรกิจนี้ยังคงเป็นกระแสเงินสดหลัก (Recurring Income) ที่มีความมั่นคงและเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวไตรมาส 4/68 ที่ผ่านมา 3)ธุรกิจโรงงานให้เช่า (7% ของรายได้หลัก) เป็นกลุ่มเติบโตได้ดีสุดที่ระดับ 9.92% สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ฐานการผลิตแบบพร้อมใช้ที่ยังคงขยายตัว

จุดที่น่าสนใจของ AMATA อยู่ที่ยุทธศาสตร์รุกคืบสู่ “เวียดนาม” และ “พลังงานสะอาด” ที่กำลังวางรากฐานใหม่อย่างเข้มข้น ด้วยการขยายฐานที่ตั้ง การได้รับใบรับรองการลงทุนโครงการ Amata City Phu Tho (ACPT) ขนาดพื้นที่ 476 เฮกตาร์ เป็นการยืนยันว่า AMATA มองเห็นโอกาสจากการย้ายฐานการผลิตของโลกสู่เวียดนามตอนเหนือ..

ขณะที่ธุรกิจสีเขียว ความร่วมมือกับ Esco NEXT (กลุ่มบ้านปู) เพื่อติดตั้ง Solar Rooftop กำลังผลิต 227 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมฮาลองและลองถั่น ที่ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มรายได้ แต่เป็นการตอบโจทย์เป้าหมายการเป็น เมืองที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2583 

ทว่าความท้าทายและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง แม้ตัวเลขกำไรมีการเติบโต แต่มีตัวเลขบางประการที่ต้องพิจารณา คือ ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อย่างเช่นค่าใช้จ่ายการบริหารเพิ่มขึ้น 19.77% และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 131 ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินค่า แม้บริษัทจะเริ่มทำ Refinance เป็นสกุลเงินท้องถิ่นเพื่อปิดความเสี่ยงแล้วก็ตาม

ที่สำคัญนโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้า 15% ของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของลูกค้านิคมอุตสาหกรรมระยะสั้น

สำหรับฐานะทางการเงิน AMATA ถือว่ามีความแข็งแกร่งด้วยสินทรัพย์รวม 69,654 ล้านบาทและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงเหลือ 1.29 เท่า การมุ่งเน้นนโยบาย ALL WIN และกลยุทธ์ Smart City แสดงให้เห็นว่ากำลังเปลี่ยนผ่าน จากการเป็นเพียง “ผู้ขายที่ดิน” สู่การเป็น “ผู้บริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ” ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

แหละนี่คือ “กุญแจสำคัญ” ในการดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จากอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูงในอนาคต..!!

Back to top button