
ไฟตะวันออกกลางป่วนตลาด
ความระอุของสงครามตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นแบบไม่ให้ตลาดได้ตั้งตัว เมื่อคลังน้ำมันของอิหร่านหลายแห่งถูกถล่มต่อเนื่อง
ความระอุของสงครามตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นแบบไม่ให้ตลาดได้ตั้งตัว เมื่อคลังน้ำมันของอิหร่านหลายแห่งถูกถล่มต่อเนื่อง กระทบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคโดยตรง ขณะเดียวกันเส้นทางขนส่งยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซก็ยังหยุดชะงัก ส่งผลให้ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันตึงตัวพุ่งขึ้นทันที ภาพที่ตามมาคือราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ทะยานทะลุระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างรวดเร็ว ชนิดที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อยตั้งหลักแทบไม่ทัน เพราะแรงซื้อเชิงป้องกันความเสี่ยงไหลเข้ามาแบบไม่พักหายใจเพคะ
เมื่อราคาพลังงานดีดตัวแรงเช่นนี้ สิ่งที่ตลาดหวั่นใจมากที่สุดก็คือ “เงินเฟ้อรอบใหม่” ที่อาจกลับมาหลอกหลอนเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง และถ้าค่าครองชีพพุ่งขึ้นพร้อม ๆ กับการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ก็มีโอกาสสูงที่หลายประเทศจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา บรรยากาศดังกล่าวทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่โหมดตื่นตระหนก นักลงทุนเลือกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อลดความเสี่ยง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นในหลายภูมิภาคร่วงลงพร้อมกันเป็นโดมิโนพะเจ้าค่ะ
ส่วนตลาดหุ้นไทยวานนี้ก็หนีไม่พ้นแรงกดดันดังกล่าว ดัชนีปิดที่ระดับ 1,382.97 จุด ลบไป 27.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.43 หมื่นล้านบาท สะท้อนอาการ “ขายก่อน คิดทีหลัง” ของนักลงทุนได้อย่างชัดเจน งานนี้ต้องบอกว่า โมเมนตัมของตลาดไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ที่ยากจะคาดเดา และถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อแบบนี้ “โมนิก้า” เชื่อว่าความผันผวนในตลาดการเงินทั่วโลกคงยังไม่จบง่าย ๆ เจ้าค่ะ
ด้วยสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด “โมนิก้า” เข้าใจดีว่านักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับความผันผวนของตลาดหุ้นจากปัจจัยสงครามในตะวันออกกลาง แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วก็ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนกจนเกินเหตุ เพราะทุกวิกฤตมักซ่อน “โอกาส” เอาไว้เสมอ โดยเฉพาะจังหวะที่หุ้นดี ๆ ถูกเทขายแบบ Panic Sell จนราคาลงแรงเกินพื้นฐานงานนี้จึงมองว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ “รับของถูก” สำหรับคนที่ยังมีเงินเย็นและกล้ารับความผันผวนได้เพคะ
หรือหากใครอยากลงทุนแบบสบายใจกว่าเดิม “โมนิก้า” ก็มองว่าหุ้น High Dividend ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตในระยะสั้น โดยเฉพาะจังหวะสะสมก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม หุ้นกลุ่มนี้มักให้ยีลด์มากกว่า 5% และมีความผันผวนของราคาค่อนข้างต่ำ (Beta < 1) อีกทั้งพื้นฐานกำไรและฐานะการเงินยังแข็งแกร่งพอจะช่วยพยุงพอร์ตลงทุนในช่วงตลาดผันผวนแบบนี้ได้พอสมควรเจ้าค่ะ
อย่างเช่นรายของ KTB รอบนี้ต้องบอกว่า “ใจป้ำ” ไม่น้อย เพราะประกาศจ่ายปันผลรวม 2.24 บาทต่อหุ้น แบ่งเป็นปันผลปกติ 1.64 บาทต่อหุ้น และปันผลพิเศษอีก 0.60 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 เม.ย. 69 และกำหนดจ่าย 30 เม.ย. 69 คิดเป็นยีลด์ราว 6.74% จากราคาหุ้นปิดล่าสุดที่ระดับ 33.25 บาท ลบไป 0.50 บาท หรือลงไป 1.48% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.14 พันล้านบาท ซึ่ง “โมนิก้า” มองว่า ยีลด์ระดับนี้ยังพอทำให้นักลงทุนสายปันผลเหลียวหลังมามองได้อยู่เจ้าค่ะ
เช่นเดียวกับรายของ TISCO ขวัญใจชาววีไอตัวจริงเสียงจริง เพราะขึ้นชื่อเรื่องการจ่ายปันผลสม่ำเสมอแบบจุ๊ก ๆ อยู่แล้ว รอบนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานด้วยการไฟเขียวจ่ายปันผลในอัตรา 5.75 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เม.ย. 69 และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 19 พ.ค. 69 ซึ่งหากคำนวณจากราคาหุ้นล่าสุดแล้ว คิดเป็นยีลด์ราว 5.18% ส่วนราคาหุ้นวานนี้ปิดที่ระดับ 111 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 0.89% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 861 ล้านบาท งานนี้ “โมนิก้า” มองว่า ยังคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ทำให้สายปันผลรู้สึกอุ่นใจได้อยู่ไม่น้อยเจ้าค่ะ
ปิดท้ายกันที่ AP หุ้นอสังหาฯ สายปันผลที่หลายคนคุ้นเคย รอบนี้ประกาศจ่ายปันผล 0.52 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พ.ค. 69 และกำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พ.ค. 69 คิดเป็นยีลด์ราว 6.15% ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดปิดที่ระดับ 8.45 บาท ลบไป 0.05 บาท หรือลงไป 0.59% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 176 ล้านบาท ซึ่งในมุมของ “โมนิก้า” มองว่า ยีลด์ระดับนี้ยังถือว่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลไว้ประคองพอร์ตในช่วงตลาดผันผวนเจ้าค่ะ
โมนิก้าและทีมงาน