อกหักแต่บอกเมียไม่ได้?

ก่อนอยากบอกให้แฟนคลับเข้าใจก่อนว่า ที่อีฉันจั่วหัวแบบนี้เพื่อสื่อให้รู้ถึงสถานการณ์ของคนบางคนที่ไม่สามารถบอกเรื่องจริงเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ และดีลลึกลับซับซ้อนบางอย่างให้สังคมได้รู้


ก่อนอยากบอกให้แฟนคลับเข้าใจก่อนว่า ที่อีฉันจั่วหัวแบบนี้เพื่อสื่อให้รู้ถึงสถานการณ์ของคนบางคนที่ไม่สามารถบอกเรื่องจริงเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ และดีลลึกลับซับซ้อนบางอย่างให้สังคมได้รู้ เลยเกิดอาการอย่างที่เกริ่นให้ฟังในข้างต้น แถมตอนนี้มีหลายเรื่องที่อีฉันอยากเม้าท์ให้ฟังเหลือเกิน เลยถือโอกาสนี้เม้าท์ให้จบไปดีกว่า ไม่เช่นนั้นอีฉันอาจอกแตกตายได้ในวันหรือสองวันนี้พะยะค่ะ

โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเฮีย “ล.ริมของ” ซึ่งเป็นนักลงทุนต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยถูกโกงเงินเป็นมูลค่าสูงถึงพันล้านบาท โดยเรื่องนี้มีจุดเริ่มต้นจากสองสามีภรรยาที่ชื่อ Mr.B กับ Mrs.C ได้เข้ามาตีสนิท และชักชวนผู้เสียหาย พร้อมกับอวดอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งการหลอกให้ลงทุนในหุ้น อสังหาฯ และเครื่องบินเจ็ท จนภายหลังผู้เสียหายเริ่มพบความผิดปกติ เพราะไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้นะซี

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องการดำเนินคดีกับสองสามีภรรยา แต่เป็นเรื่องของผู้เสียหายที่ดันมีอาการลับ ๆ ล่อ ๆ ชนิดที่คนให้ความช่วยเหลืองงไปตามกัน เพราะมีการร้องขออย่างไม่เป็นทางการกับสื่อใหญ่ว่า ไม่อยากให้สังคมรู้ตัวเองเป็นใคร? ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นมหาศาลแบบนี้ กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ขาเผือกเริ่มสงสัยที่มาของเงินในการลงทุนดังกล่าวขึ้นมาทันที เพราะคนปกติทั่วไปเขาเปิดหน้าชนสุดซอยกันทั้งนั้น..ไม่ใช่เอาทะแนะ มาขู่คนที่ช่วยเป็นปากเป็นเสียงนะอ้าย!

ประเด็นฮอตถัดมาเป็นเรื่องคำเตือนของสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีการพูดถึงโบรกเกอร์บางรายมีพฤติกรรมรับฝากเงินสดจากลูกค้าโดยตง ทั้งที่การปฏิบัติงานที่ถูกต้องตามกฎระเบียบ ต้องเป็นการรับโอนเงินจากบัญชีธนาคาร ส่งผลให้การรับฝากเงินสดเป็นการกระทำผิดกฎหมายเต็มประตู เพราะเหมือนเป็นการสมคบคิดการฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ นะคุณพี่

สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดข่าวเม้าท์ในแวดวงขาเผือกพรึ่บพรั่บ พร้อมกับมีการชี้เป้าไปที่โบรกเกอร์ 2 แห่งที่มีข่าวพัวพันก่อนหน้านี้ในทันที และมีการบอกใบ้ตัวย่อ และที่ตั้งโบรกเกอร์กันเป็นระยะนั้น “โมนิก้า” ก็พอเดาออกเหมือนกันว่า ขาเผือกกำลังหมายถึงใคร และคันปากอยากจะพูดเหลือเกิน แต่ด้วยกฎหมายบางอย่างที่ไม่เปิดช่องให้พูด จึงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ “ตำรวจสอบสวนกลาง” และ “ปปง.” นะออเจ้า

ถัดมาเป็นเรื่องรายงานผู้ถือหุ้นใหญ่ซื้อขายหุ้นที่สร้างความสับสนให้กับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรายงานของ CAI แจ้งถือหุ้น BCPG ผ่านทาง ตลท. เหลือแค่ 0.71% แต่เอกสารที่ไปปรากฏต่อ ก.ล.ต. ดันโผล่ถือ 4.59% ซึ่งเป็นช็อตที่ทุกคนตั้งตารอดูว่า สัปดาห์นี้จะมีความคืบหน้าไหม? หลังบางกระแสเม้าท์มอยไปถึงขั้นที่ว่า ขายหุ้นทิ้งแล้วหอบเงินไปแล้วก็มีอยู่เยอะนะนายจ๋า

ไหน ๆ ก็เม้าท์ถึงเรื่องร้อนขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอเอ่ยถึงการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมสักหน่อย เพราะมีเสียงเม้าท์มอยหนาหูเกี่ยวกับการใช้อำนาจมืดบางอย่างเพื่อคุมเสียงสมาชิก ผู้คนในแวดวงธุรกิจเลยมองว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งมักเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด เพราะมีตัวแปรสำคัญที่เกิดจากการสนับสนุนของกลุ่มบริษัทใหญ่ รวมทั้งมีการใช้กระสุนดินดำสาดใส่กันไม่ยั้ง จนบางกระแสเริ่มเม้าท์ถึงแผนผังเส้นทางการเงิน (Money Trail) กำลังจะถูกนำออกมาตีแผ่นะออเจ้า

งานนี้จริงเท็จประการใดไม่มีใครรู้ แต่ทันทีที่มีการเปิดเส้นทางการเงิน “โมนิก้า” รับรองว่า ฟ้องกันอุตลุดแน่ ๆ และจะมีการพูดถึงเรื่องธรรมมาภิบาลขึ้นมาในทันที แถมเที่ยวนี้มีคนลงชิงชัย  2 คน เพื่อดำรงตำแหน่ง 2 ปี นับตั้งแต่ปี 69–71 โดยคนเก่าจะครบวาระในเดือน มี.ค. 69 หลังจากทำหน้าที่มา 4 ปี รวม 2 วาระแบบนี้..อีฉันมองเป็นเกมที่สังคมควรรับรู้เรื่องราวในระดับหนึ่ง เพื่อจะได้กลั่นกรองข้อมูลในเบื้องต้น..อิอิอิ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button