STECON-CK วิ่งคึก! รับเมกะเทรนด์ AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ พ่วงงานรัฐ หนุนรับเหมาบูม

หุ้นรับเหมาคึก STECON-CK ปรับตัวขึ้นแรง รับอานิสงส์วัฏจักรลงทุนรอบใหม่จาก AI-ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงไฟฟ้า และสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ หนุนเม็ดเงินลงทุนทะลัก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 มิ.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ณ เวลา 10:50 น. อยู่ที่ระดับ 19.00 บาท บวก 1.50 บาท หรือ 8.57% ราคาสูงสุด 19.20 บาท ราคาต่ำสุด 17.80 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 553.49 ล้านบาท

บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK อยู่ที่ระดับ 20.70 บาท บวก 1.20 บาท หรือ 6.15% ราคาสูงสุด 20.70 บาท ราคาต่ำสุด 19.70 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 273.41 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ จากการเร่งลงทุนพร้อมกันของภาครัฐ ภาคเอกชน และนักลงทุนต่างประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ Data Center ซึ่งส่งผลให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ในหลายมิติของระบบนิเวศทางธุรกิจ ทั้ง Data Center โรงไฟฟ้า และระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่า กำลังการผลิตของ Data Center ในประเทศไทยจะขยายตัวมากกว่า 4 เท่าในช่วง 1-5 ปีข้างหน้า จากประมาณ 770 เมกะวัตต์ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 2,930 เมกะวัตต์ในปี 2574 หรือปี 2031 คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 9 แสนล้านบาท ขณะที่เมื่อรวมกับงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ หรือ Mega Project และการลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ คาดว่าจะมีมูลค่าเงินลงทุนรวมเข้าสู่ระบบไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าการลงทุนสูงสุดในรอบ 10 ปี

สำหรับหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่นี้ คือ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON เนื่องจากบริษัทอยู่ในจุดศูนย์กลางของกระแสการลงทุนดังกล่าว โดยเฉพาะงานก่อสร้าง Data Center ซึ่งปัจจุบัน STECON เป็นผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์และผลงานอ้างอิงในงานก่อสร้าง Data Center ทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน และมีโอกาสได้รับงานใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

บล.กรุงศรี ระบุว่า Backlog ของ STECON ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 123,264 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม มองว่าระดับ Backlog ดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่เท่านั้น เนื่องจากแนวโน้มการลงทุนใน Data Center และ Mega Project ยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องในระยะข้างหน้า

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น STECON โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 20.60 บาท ด้วยวิธี Sum of the Parts หรือ SOTP ซึ่งยังมีอัพไซด์ประมาณ 19% โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างเต็มที่

ฝ่ายวิจัยระบุว่า จากมูลค่าตลาดปัจจุบันของ STECON ที่ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ราว 56% เป็นมูลค่าจากการถือหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF จำนวน 226.5 ล้านหุ้น หากหักมูลค่าดังกล่าวออก จะเหลือมูลค่าที่ตลาดให้กับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพียงประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น Implied P/E เพียง 13-16 เท่า ซึ่งยังต่ำเมื่อเทียบกับช่วงวัฏจักรการเติบโตในอดีต

บล.กรุงศรี มองว่า การเร่งตัวขึ้นของวัฏจักรการลงทุน หรือ Investment Capex Cycle จะหนุนให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไทยกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นอีกครั้ง และมีโอกาสนำไปสู่การปรับเพิ่มมูลค่าหุ้น หรือ Re-rate Valuation ของ STECON คล้ายกับช่วงการลงทุน Mega Project ในอดีต ระหว่างปี 2547-2549 และปี 2553-2559 ซึ่งหุ้นผู้รับเหมารายใหญ่เคยซื้อขายที่ระดับ P/E ราว 20-30 เท่า

Back to top button