“กัณฑรา” มอง SET ยังขาขึ้น แนะสะสมหุ้นพื้นฐานดี GULF-KTB-BDMS

“กัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” มอง SET ยังเป็นขาขึ้น แม้ DELTA และหุ้นน้ำมันกดดัชนีระยะสั้น แต่หุ้นกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว โรงพยาบาล ไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และแบงก์ยังหมุนเวียนหนุนตลาด พร้อมแนะนักลงทุนรอจังหวะสะสมหุ้นพื้นฐานดี ชู GULF, KTB, BDMS และ MTC รับภาพตลาดขาขึ้น


นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้อ่อนแอทั้งตลาด แม้ดัชนี SET ช่วงที่ผ่านมาเคลื่อนไหวซึมตัว โดยมองว่าสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันของหุ้นขนาดใหญ่อย่าง บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA และหุ้นกลุ่มน้ำมัน

ทั้งนี้ DELTA ปรับตัวลงจากระดับประมาณ 372 บาท มาอยู่บริเวณ 346 บาท หรือลดลงราว 26 บาท ขณะที่ดัชนี SET ปรับตัวลงจากระดับ 1,609 จุด มาอยู่ราว 1,585 จุด หรือลดลงประมาณ 25 จุด สะท้อนว่าแรงกดดันหลักต่อดัชนีมาจากหุ้นเฉพาะตัว มากกว่าการปรับลงของตลาดโดยรวม

สำหรับ DELTA มองว่าได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบบางส่วน ทำให้การผลิตและแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 อาจชะลอลง อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าเป็นปัญหาระยะสั้น เนื่องจากคำสั่งซื้อยังมีอยู่ และมีโอกาสฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3-4/2569 หากสถานการณ์วัตถุดิบคลี่คลาย

ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นยังมีการหมุนเวียนขึ้นมาทำหน้าที่หนุนตลาด ทั้งกลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงพยาบาล โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่าดัชนี SET ยังอยู่ในภาพขาขึ้น นักลงทุนจึงสามารถใช้จังหวะอ่อนตัวสะสมหุ้นพื้นฐานดีได้

ส่วนกรณีหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนี SET50 รอบใหม่ มองว่าราคาหุ้นหลายตัวสะท้อนความคาดหวังไปล่วงหน้าแล้ว โดยเฉพาะหุ้นที่ตลาดรับรู้ข่าวมาก่อนหน้า จึงไม่แนะนำให้ไล่ราคาหลังประกาศ แต่ควรมองหาหุ้นขนาดใหญ่หรือหุ้นพื้นฐานดีตัวอื่นที่มีโอกาสได้ประโยชน์จาก Fund Flow มากกว่า

สำหรับหุ้นแนะนำในช่วงนี้ FSS ยังมองบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ และธนาคาร โดยหุ้นที่ยังอยู่ในพอร์ตแนะนำ ได้แก่ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS

ส่วนหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS และบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มองว่ายังมีโอกาสฟื้นตัว หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มสงบลง ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาเร็วขึ้น โดยผลกระทบก่อนหน้านี้มองเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้น

สำหรับหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ แม้ราคาจะย่อตัวลงจากความกังวลเรื่องบอนด์ยีลด์และทิศทางดอกเบี้ย แต่ยังมองว่าน่าสนใจในระยะกลางถึงยาว โดยเฉพาะ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ซึ่งยังมีพื้นฐานแข็งแกร่ง

ด้านหุ้นธนาคารพาณิชย์ ยังสามารถลงทุนได้ โดยเฉพาะ KTB ซึ่งราคาปรับขึ้นทำระดับสูงสุดรอบล่าสุด แต่ยังมองว่าน่าสนใจจากปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่การที่ S&P คงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ BBB+ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพและต้นทุนการระดมทุนของประเทศ รวมถึงเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร

อย่างไรก็ตาม นายกัณฑราระบุว่า นักลงทุนไม่ควรไล่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นแรง แต่ควรรอจังหวะอ่อนตัวตามแนวรับ เพื่อทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี โดยใช้ทั้งปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคประกอบการลงทุน

Back to top button