สังคมข่าวหุ้น

ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้เผชิญกับข่าวดี 1 วัน ข่าวร้าย 1 วัน สลับกันไป โดยเฉพาะปัญหาในตะวันออกกลางที่ยังเอาแน่นอนอะไรไม่ได้


ตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้เผชิญกับข่าวดี 1 วัน ข่าวร้าย 1 วัน สลับกันไป โดยเฉพาะปัญหาในตะวันออกกลางที่ยังเอาแน่นอนอะไรไม่ได้ บางวันทำท่าเหมือนจะดี จับเข่าคุยกันได้ แต่วันถัดมา อีกฝ่ายมีแอบถล่มซะอย่างนั้น หุ้นทั่วโลก รวมถึงไทยจึงขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างที่เห็นนี่แหละ

วานนี้แม้ดัชนีปู่เซ็ต จะร่วงเยอะ ปิดลบ 23.40 จุด แต่ไม่หลุดแนวรับ 1,400 จุด ยังยืนได้แกร่ง แถมมูลค่าการซื้อขายยังสูงกว่า 73,426 ล้านบาท ล่าสุด “อัสสเดช คงสิริ” ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงกับบอกว่าตลาดทุนไทยเป็น “เซฟ เฮฟเว่น” เป็นแหล่งพักเงินที่ปลอดภัยในบางช่วงเวลา และจะเห็นว่า หุ้นในภูมิภาคต่างปรับลงค่อนข้างหนัก ส่วนคุณปู่เซ็ตนั้น ถือว่าลงค่อนข้างเบา

หุ้นกลุ่มธนาคารวานนี้ร่วงเกือบทั้งกลุ่ม ยกเว้น ทิสโก้ TISCO ที่บวกสวนขึ้นมาได้ 0.50 บาท ปิดที่ 113.50 บาท ส่วน KBANK BBL ลงมาติดลบ 2-2.5% และ SCB ลบ 1% ซึ่งจังหวะที่ราคาลงมาแบบนี้ ทยอยสะสมเพื่อเล่นรอบได้ โดยเฉพาะ SCB ที่ระดับราคา 143-144 บาท ซื้อถือรอก่อนวันขึ้น XD เดี๋ยวราคาน่าจะวิ่งได้แหละ ด้านกรุงไทย KTB ปิดวานนี้ 24.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง ถือว่าแกร่งพอตัว ช่วงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาปิดไม่หลุด 34.00 บาท เลย ทำให้ระดับราคานี้เป็นแนวรับที่แกร่ง KTB จะขึ้น XD วันที่ 10 เม.ย.นี้ เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง 1.64 บาท และปันผลพิเศษ 0.60 บาท  รวมเป็น 2.24 บาท หากเทียบกับราคาปิดวานนี้ ยีลด์จะอยู่ที่ 6.54 บาท

บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ราคาลงมาค่อนข้างหนัก วานนี้ปิด 48.00 บาท จากปัญหาเที่ยวบินจากตะวันออกกลางหายไปหลักพันเที่ยวบิน สูญเสียรายได้พอสมควร และที่ระดับราคาปัจจุบัน ยังไม่ควรเข้าไปยุ่ง หรือเก็บห่อกลับอะไรทั้งสิ้น สัญญาณเทคนิคไม่สวยด้วย ส่วนราคาต่ำสุดของล่าสุด คือลงมาที่ 45.00 บาท เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา หรือเป็นวันถัดจากที่สหรัฐฯ กับอิสราเอล เริ่มถล่มอิหร่าน ดังนั้น หากจะรับ ต้องมารับไม้แรกที่ราคา 45 บาท และหากยังหลุดอีก ต้องไปรับไม้ถัดไปที่ 39.00 บาท

หุ้นบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON ราคาปิดลบถึง -8.80% ซึ่งเป็นการขายทำกำไรหลังจากที่วานนี้สภาฯ โหวตเลือก “อนุทิน” เป็นนายกรัฐมนตรีแบบผ่านฉลุย ในระยะสั้น ราคาอาจมีเด้งทางเทคนิคบ้าง หากเข้าไปรับไม่ควรถือยาว เพราะราคาน่าจะเริ่มอิงไปในทางลงมากกว่าที่จะขึ้นต่อ แนวรับ 11.00 บาท และหากยังหลุดจากราคาดังกล่าว ต้องไปรอรับอีกครั้งที่ 9.90 บาท โน่นเลย

นักลงทุนสถาบัน หรือ “กองทุน” หลังจากซื้อหุ้นไทย 7 วันติดต่อกัน ล่าสุด วานนี้พลิกกลับมาขายสุทธิ 2,660 ล้านบาท นี่ก็น่าจะเป็นการขายทำกำไรเช่นกัน ส่วนนักลงทุนต่างชาติ กลับมาซื้อสุทธิจุ๋มจิ๋มกว่า 198 ล้านบาท สำหรับช่วงนี้ต่างชาติจะคล้ายกับซื้อ 1 วัน ขาย 1 วันสลับกันไป ใช้กลยุทธ์ในการเทรดแบบกองโจร ตีหัวเข้าบ้าน แต่ถึงอย่างไร ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ ที่ MSCI ลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซีย บรรดานักวิเคราะห์ยังคงฟันธงว่า เม็ดเงินที่จะหลุดออกจากอินโดฯ กว่า 3 แสนล้านบาท จะมีบางส่วน (หรือส่วนใหญ่) ไหลเข้าหุ้นไทยแน่ ๆ ปูเสื่อรอได้เลย!!

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นปี 2568 ผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน มีจำนวนรวม 1,826 ตำแหน่ง คิดเป็น 22.75% ของจำนวนที่นั่งกรรมการทั้งหมด 8,025 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจาก 21.02% จากปี 2563 และหากพิจารณาจำนวนกรรมการ (number of directors) รวมของทุกบริษัท พบว่า เป็นกรรมการผู้หญิง 1,514 คน คิดเป็น 23.96% ของจำนวนกรรมการทั้งหมด 6,320 คน เพิ่มขึ้นจาก 22.23% จากปี 2563 นอกจากนี้ ณ สิ้นปี 2568 ยังพบว่า 87.91% ของบริษัทจดทะเบียนจากทั้งหมด ได้แต่งตั้งผู้หญิงอย่างน้อย 1 คน เป็นกรรมการในคณะกรรมการของบริษัท ซึ่งสัดส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2558 ที่อยู่ที่ 79.4%

 

Back to top button