
KBANK ขึ้นแรง ยังน่าตามไหม?
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ราคาหุ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (21-22 เม.ย.) วิ่งขึ้นค่อนข้างร้อนแรงมากครับ ทั้งที่เพิ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD
ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ราคาหุ้นในช่วง 2 วันที่ผ่านมา (21-22 เม.ย.) วิ่งขึ้นค่อนข้างร้อนแรงมากครับ ทั้งที่เพิ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD (Exclude Dividend) เพื่อจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 จำนวน 12 บาทต่อหุ้น
อย่างที่นักลงทุนต่างทราบกันดีครับว่า (ทุก) หุ้นหลังขึ้น XD ราคาจะย่อตัวลง
การปรับลงที่ว่านี้ ถือเป็นไปตามกลไกปกติตลาด หรือ Price Adjustment ที่สะท้อนว่าผู้ซื้อในวันนั้นไม่ได้สิทธิรับปันผลแล้ว เพราะมีการหักกระแสเงินสดออกจากสินทรัพย์ของบริษัท ทำให้มูลค่าหุ้น (Market Cap) ลดลงตามสัดส่วนเงินที่จ่ายจริง
แต่มีหลายหุ้นที่เมื่อขึ้น XD (หรือหลังขึ้น XD) ราคาไม่ได้ลงมามากนัก
ขณะที่บางหุ้นราคากลับวิ่งสวนหรือที่เราจะเรียกกันว่า “วิ่งสวน XD” นั่นแหล่ะครับ
ของกสิกรไทย เช่นเดียวกันกับกรณีราคาวิ่งสวน XD เพราะขึ้น XD ตรงกันวันแจ้งงบการเงินงวดไตรมาส 1/69 ปรากฏว่า กำไรสุทธิออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ส่งผลในวันนั้น (21 เม.ย.) ปรับลงเพียง 4.50 บาท (ปันผล 12 บาท) ซึ่งหากนักลงทุนท่านไหนซื้อก่อน XD เท่ากับว่า หลังจากหักค่าคอมฯ แล้ว จะมีกำไรเหลือประมาณ 7 บาท
ยิ่งไปกว่านั้น เปิดตลาดมาวานนี้ (22 เม.ย.) ราคาหุ้นกสิกรไทย กลับวิ่งสวน XD ต่ออีก โดยระหว่างนั่งเขียนต้นฉบับ ราคาบวกขึ้นมา 7.00 บาท หรือเท่ากับว่า ใครที่มีต้นทุนก่อนขึ้น XD แล้วทนถือมาอีก 2 วัน เท่ากับว่า “รับปันผลฟรี”
ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ หากถือต่ออีกสักหน่อย แล้วราคาหุ้นยังขึ้นอีก นั่นหมายถึงจะได้ Capital Gain รวมเข้าไปด้วย
กสิกรไทยนั้น มีกำไรสุทธิกว่า 1.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากไตรมาส 1/68
อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นจาก 152.9% เมื่อสิ้นปี 68 มาอยู่ที่ 161.4% ตัวเลขนี้ชี้ถึงคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ถึงมากที่สุดสำหรับแบงก์สีเขียวแห่งนี้
หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง มาอยู่ที่ 3.19%
รายได้จากดอกเบี้ยแม้ว่าจะลดจาก “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” หรือ Net Interest Margin (NIM) แคบลง จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับลง แต่เชื่อไหมกสิกรไทยยังสามารถหา “รายได้ค่าธรรมเนียม” ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้ธุรกิจ Wealth Management
หลังการแจ้งงบฯ บรรดานักวิเคราะห์ต่างปรับมุมมองต่อหุ้นกสิกรไทยเป็น “เชิงบวก” มากขึ้น
มีการคาดว่า กสิกรไทย จะสามารถรักษาระดับ “เงินปันผล” ต่อปี มี Dividend yield ระดับ 7% และมีโอกาสเห็นการเพิ่ม Dividend Payout Ratio ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต
ทั้งหมดนำมาสู่การปรับเพิ่มคาดกำไรสุทธิในปี 69-70 ขึ้นอีก พร้อมกับราคาเป้าหมายที่ขยับขึ้นเช่นกัน
กสิกรไทย หลังการแจ้งงบฯ งวดไตรมาส 1/69 ทางผู้บริหารธนาคารฯ ได้จัดประชุมนักวิเคราะห์ทันที ทำให้วานนี้เริ่มมีบทวิเคราะห์ออกมา และเท่าที่ผมได้รวบรวมจาก 8 โบรกเกอร์นั้น
ทุกโบรกเกอร์ต่างแนะนำ “ซื้อ” แบงก์กสิกรไทย
ราคาเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ 232.00 บาท และต่ำสุด 199.00 บาท และมีค่าเฉลี่ยจาก 8 โบรกเกอร์อยู่ที่ 212.00 บาท
หากดูจากราคาเป้าหมายที่ถูกขยับขึ้น กับราคาหุ้นที่เคลื่อนไหวล่าสุด เรายังเห็นอัพไซด์ ส่วนต่างราคาปัจจุบัน เมื่อเทียบกับกับราคาเป้าหมายที่เป็นค่าเฉลี่ยอยู่อีกเล็กน้อย หรือราวๆ 10-11 เท่านั้น
ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ “แรงขายทำกำไร” ในช่วงสั้น
มีประเด็นที่น่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นกสิกรไทยครับ เพราะอย่าลืมว่า แบงก์แห่งนี้เพิ่งจะมีนักลงทุนรายใหม่และเป็นรายใหญ่เข้ามาถือหุ้นใหญ่นั่นคือ “กลุ่มกัลฟ์” (GULF)
และการถือหุ้นใหญ่ดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 10%
หุ้นที่กัลฟ์ เข้ามาซื้อ ไม่ได้มีการายงานทำบิ๊กล็อต จึงน่าจะเป็นการเข้าเก็บในกระดานด้วยการทยอยสะสมจากกลุ่มนักลงทุนทั้งนักลงทุนรายย่อย กองทุนไทย กองทุนต่างชาติ และ NVDR
การซื้อหุ้นที่เกิดขึ้น ทำให้ Free Float (ที่แท้จริง) อาจลดลงได้ และส่งผลมายังหุ้นในตลาดมีจำนวนลดลง
และเมื่อหรือหากราคาคาหุ้นย่อลง (เช่นหลังขึ้น XD) แล้วมีแรงซื้อกลับ (จากปัจจัยเชิงบวก) ราคาหุ้นจึงเกิดการ “แกว่งขึ้นง่าย” จากจำนวนหุ้นที่ลดลง
ในทางกลับกัน ราคาหุ้น “แกว่งลงง่าย” เช่นกัน หากเกิดแรงขาย