VGI รีเทิร์นปันผล.!?

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้งบรวมของ VGI จะออกมาขี้เหร่ยังไง๊ยังไง..?? จะขาดทุนบักโกรกแค่ไหน..?? หรือจะมีตัวเลขขาดทุนสะสมสูงเท่าไหร่..??


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้งบรวมของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI จะออกมาขี้เหร่ยังไง๊ยังไง..?? จะขาดทุนบักโกรกแค่ไหน..?? หรือจะมีตัวเลขขาดทุนสะสมสูงเท่าไหร่..??

แต่ผู้ถือหุ้นก็ยังสุขเกษมเปรมปรีดิ์กับ VGI จากการควักจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง..!!

อ้อ…ที่ VGI ยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้นั้น น่าจะเป็นการจ่ายปันผลจากงบเดี่ยว หรืองบเฉพาะกิจการ เพราะในงบเฉพาะกิจการไม่ได้มีขาดทุนสะสมเหมือนงบรวม…ขณะที่เงื่อนไขหากมีขาดทุนสะสมแม้แต่สลึงเดียว บจ.นั้นก็ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้นะจิบอกให้…  

ส่วน บจ.ที่ใช้ท่าไม้ตายนี้เป็นประจำก็บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ของ “เสี่ยพิชญ์-พิชญ์ โพธารามิก” แหละ แต่พักหลัง ๆ มานี้ไม่ได้ใช้แล้ว รวมถึงบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ในอดีตก่อนจะมีการควบรวมกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ก็ใช้ท่านี้อยู่บ่อย ๆ..จำกันได้บ่..??

กลับมาที่ VGI…จนกระทั่งปีที่แล้วการจ่ายปันผลชะงักลง โดยงดจ่ายปันผลระหว่างกาล (งวดดำเนินงานวันที่ 1 เม.ย. 2568 ถึงวันที่ 30 ก.ย. 2568) ตามมาด้วยการงดจ่ายปันผลสำหรับรอบปี 2568/69 (สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569)… เนื่องจากงบเฉพาะกิจการสำหรับรอบปี 2568/69 มีตัวเลขขาดทุนสะสมอยู่ที่ 2,326.73 ล้านบาท

ทำเอาผู้ถือหุ้นเกิดอาการเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กัน…

แต่ก็เห็นความเพียรพยายามของ VGI ในการรีเทิร์นจ่ายเงินปันผลนะ จากมติบอร์ดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ที่หุ้นประจำปี 2569 ให้โอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 200 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 2,126.73 ล้านบาท เพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมทั้งหมดตามงบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2569 จำนวน 2,326.73 ล้านบาท

ภายหลังดำเนินการแล้ว จะทำให้สามารถล้างขาดทุนสะสมในงบเฉพาะกิจการได้หมดเกลี้ยง โดยจะมีทุนสำรองตามกฎหมายคงเหลือจำนวน 0 บาท และมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นคงเหลือ 36,158.24 ล้านบาท

นั่นแปลว่า VGI จะสามารถกลับมาจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง…แม้งบรวมจะโชว์หราตัวเลขขาดทุนสะสมยังไม่ได้จัดสรรสูงถึง 2,986.73 ล้านบาทก็เถอะ..!!

แล้วถ้าไปส่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น ซึ่งอัพเดทเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2568 จะถึงบางอ้อ…ว่าทำไม VGI ต้องจ่ายปันผลต่อเนื่อง…ห้ามสะดุด โดยผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 เป็นบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 6,701.76 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.51% ตามด้วย CAI OPTIMUM FUND VCC – EDH INVESTMENTS เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ถือจำนวน 2,900 ล้านหุ้น คิดเป็น 14.50%

ส่วนผู้ถือหุ้นอันดับ 3 เป็น SI SUK ALLEY LIMITED ถือหุ้นจำนวน 2,580.12 ล้านหุ้น คิดเป็น 12.80% ขณะที่ OPUS – CHARTERED ISSUANCES S.A. เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 4 ถือหุ้นจำนวน 2,000 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.00%

โอเค…ทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า VGI เป็นของบีทีเอส ขณะที่การมาของกองทุน CAI OPTIMUM FUND VCC – EDH INVESTMENTS, กองทุน SI SUK ALLEY LIMITED และกองทุน OPUS – CHARTERED ISSUANCES S.A. เข้ามาพร้อมกันจากการใส่เงินเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง หรือ PP ที่ราคาหุ้นละ 1.50 บาท ในช่วงปลายปี 2567…(ข้อมูลล่าสุด ช่วงปลายปี 2568 กองทุน SI SUK ALLEY LIMITED ได้ขายหุ้น VGI ล้างพอร์ตไปแล้ว)

แน่นอนว่าการมาของกองทุนเหล่านี้ ก็ต้องแสวงหาผลตอบแทนกลับคืนในรูปแบบของเงินปันผล…ซึ่งเป็นเงื่อนตายให้ VGI ต้องกลับมาจ่ายเงินปันผลนั่นเอง..!!

ทำให้ผู้ถือหุ้นไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อยได้ประโยชน์กันถ้วนหน้า…

มิน่าล่ะ…ขนาด VGI ประกาศงบปี 2569 (1 เม.ย. 2568-31 มี.ค. 2569) ออกเละเทะ โดยพลิกไปขาดทุนสุทธิ 1,063.72 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 501.22 ล้านบาท แต่วานนี้ (26 พ.ค. 2569) ราคาหุ้น VGI ระหว่างวันปรับขึ้นไปแตะที่ 0.96 บาท ก่อนจะย่อลงมาปิดตลาดที่ 0.89 บาท ปรับขึ้นไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นกว่า 723.14 ล้านบาท

รู้นะว่า เข้ามาเก็งกำไรประเด็น VGI จะกลับมาจ่ายปันผลกันชิมิ ชิมิ..!?

…อิ อิ อิ…

Back to top button