
หุ้นแบงก์ท็อปฟอร์ม
ในเมื่อสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังผันผวนต่อไปเรื่อย ๆ และนักลงทุนเลือกเทขายหุ้นเมื่อดัชนีขึ้นมาแตะระดับ 1,600 จุด
ในเมื่อสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยยังผันผวนต่อไปเรื่อย ๆ และนักลงทุนเลือกเทขายหุ้นเมื่อดัชนีขึ้นมาแตะระดับ 1,600 จุด อีฉันก็รู้สึกได้ทันทีว่า วันนี้ต้องโฟกัสหุ้นเป็นรายกลุ่มมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าดูตามท้องเรื่องที่เกิดขึ้นต้องมองไปที่หุ้นแบงก์เป็นหลัก เพราะสตอรี่ที่ทุกคนมองไปในทางเดียวกันคือ ผลงานไตรมาส 2 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเกราะป้องกันแรงขายที่จะเกิดขึ้นพะยะค่ะ
ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า หุ้นแบงก์ยังมีราคาต่ำกว่าระดับเหมาะสมค่อนข้างเยอะ และเมื่อเจาะลึกลงไปยัง “มูลค่าทางบัญชี” หรือ BV ก็จะเห็นว่า หุ้นแบงก์มีราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีค่อนข้างเยอะ หรือมองในมุมของการจ่ายปันผลระหว่างกาลจะรู้ได้ทันทีว่า นี่เป็นจังหวะที่ต้องเล่นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมีข่าวดีที่เป็นรูปธรรมรอรับแบบเต็ม ๆ ซึ่งเป็นภาพที่อีฉันอยากให้นักลงทุนลองประเมินดูนะจะบอกให้
นอกจากนี้ต้องเข้าใจสภาพของหุ้นเทคฯ ไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนก่อนหน้านี้ เพราะสตอรี่เด่นถูกนำมาเล่นหมดแล้ว ขณะที่ตัวเลขที่เป็นกำไรจริงยังต้องดูกันต่อไปว่า จะออกมาดีเหมือนที่ประเมินกันไว้หรือเปล่า? “โมนิก้า” ถึงต้องออกมาย้ำกับนักลงทุนว่า การยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,574.13 จุด บวกไป 1.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.68 หมื่นล้านบาท อาจเป็นภาพที่น่ากังวลใจก็จริง แต่ยังมีหุ้นที่น่าเล่นสวนภาวะอยู่ไม่น้อยนะตัวเอง
เช่นเดียวกับวันก่อนที่ “โมนิก้า” เม้าท์ถึงหุ้น BBL ว่าเป็นหุ้นที่เซฟสุด ๆ ในกลุ่มแบงก์ และการที่หุ้นวิ่งขึ้นมาปิดในระดับ 180 บาท บวกไป 5 บาท หรือขึ้นไป 2.86% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.89 พันล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะเมื่อดูจาก BV ที่อยู่ในระดับ 302 บาท ควบคู่กับการจ่ายปันผลระหว่างกาลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับ 2 บาททุกปี คุณ ๆ ท่าน ๆ คิดว่า นี่เป็นตัวเลือกที่ดีไหมคะ
เหมือนกับในรายของ SCB ที่วันนี้ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะมองในมุมของการเติบโต ก็ยังโตได้เรื่อย ๆ เหมือนกับแบงก์อื่น แถมมีปันผลระหว่างกาลให้ปีละ 2 บาทแบบนี้ “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 143.50 บาท บวกไป 2.50 บาท หรือขึ้นไป 1.77% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.08 พันล้านบาท เหมาะต่อการลงทุนอย่างแน่นอน เพราะเมื่อคิดเฉพาะปันผลที่ตกปีละ 7-8% ก็คุ้มค่าแล้วค่ะ
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น KKP เพื่อชี้ให้เห็นจุดเด่นในเรื่องปันผลอาจเป็นรองนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ถ้าดูสเต็ปการขึ้นของหุ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาต้องพูดตามตรงว่า เหนือกว่า! เพราะกลางปีที่แล้วหุ้นยืนแค่ระดับ 45 บาท แต่วันนี้หุ้นยืนที่ระดับ 93.75 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1.08% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 593 ล้านบาท แถมโบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 96 บาทแบบนี้..น่าสนไหมล่ะจ๊ะ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น KTB เพื่อชี้ให้เห็นความครบเครื่องในเรื่องของ “ราคา” กับ “ปันผล” จึงกลายเป็นหุ้นที่ติดท็อปลิสต์หุ้นที่น่าลงทุนเป็นประจำ และเหตุนี้จึงต้องถามนักลงทุนว่า การที่หุ้นยืนในระดับ 36.25 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 0.69% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.46 พันล้านบาท โดยมีทั้ง 2 ปัจจัยเป็นตัวหนุนแบบนี้..เป็นหุ้นที่เหมาะต่อการลงทุนจริงไหม?..อิอิอิ
ปิดท้ายกันที่ TTB ซึ่งเป็นหุ้นที่รายย่อยชอบตะลุมบอนเป็นช่วง ๆ กันดีกว่า เพราะเมื่อมองดูจากราคาที่ทุกคนเอื้อมถึง ผนวกกับผลงานในแต่ละไตรมาสก็โตนิด ๆ หน่อย ๆ เลยกลายเป็นหุ้นที่สวิงไปมาในทิศทางขาขึ้นแบบนี้แหละ!..รายย่อยชอบเล่นสุด ๆ เพราะหุ้นขึ้นแค่ 2-3 ช่องก็ได้ออกของกันแล้ว อีฉันจึงต้องยิงคำถามกับนักลงทุนว่า การยืนปิดของหุ้นที่ระดับ 2.40 บาท เทียบกับเป้าหมายที่ระดับ 2.60 บาท ยังน่าเล่นไหมเจ้าคะ
โมนิก้าและทีมงาน