4 วันฝรั่งซื้อหมื่นล้าน

ข้อมูลที่ทำให้ “โมนิก้า” จั่วหัวไปเมื่อวันก่อนว่า “เป้า 1,800 จุด” ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาจากหุ้นหลายตัวยังต่ำกว่าระดับเหมาะสม


ข้อมูลที่ทำให้ “โมนิก้า” จั่วหัวไปเมื่อวันก่อนว่า “เป้า 1,800 จุด” ล้วนเป็นผลสืบเนื่องมาจากหุ้นหลายตัวยังต่ำกว่าระดับเหมาะสม ขณะเดียวกันยังมีเรื่องธุรกิจใหม่ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือแม้กระทั่งนักลงทุนทั่วโลกเริ่มกลับมาลงทุนในธุรกิจเดิมที่เกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จึงเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันคล้อยตามคอมเมนต์ที่ออกมาถี่ ๆ ว่า หุ้นไทยไปต่ออย่างแน่นอนค่ะ

โดยเรื่องนี้ถูกสำทับด้วยยอดซื้อของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งทะลุขึ้นไปถึงระดับ 1.27 หมื่นล้าน และเมื่อรวมกับวานนี้ที่ซื้อเข้าไปอีก 735 ล้านบาท ก็ต้องตีความว่า ต่างชาติเริ่มไล่เก็บของรอบใหม่! และเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติเก่า ๆ ที่ต่างชาติมักซื้อหุ้นไทยปีละแสนล้าน ย่อมเชื่อได้อย่างสนิทใจว่า นักลงทุนกลุ่มนี้จะซื้อหุ้นไทยอีก เพราะยอดซื้อสุทธิครึ่งปีแรกอยู่แค่ระดับ 4 หมื่นล้านเองจ้า

ประเด็นข้างต้นทำให้อีฉันไม่กังวลกับการที่ดัชนียืนปิดในระดับ 1,616.88 จุด บวกไป 5.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.61 หมื่นล้านบาท เพราะมันเป็นภาพที่เคยเห็นมาระยะหนึ่งว่า เมื่อดัชนีขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,600 จุด ต่อจากนั้นมักมีแรงขายทำกำไรออกมาเป็นประจำ ซึ่งเป็นบททดสอบที่ทำให้เดี๊ยนประเมินได้ว่า หุ้นไทยมีโอกาสขยับขึ้นได้ไหม? และเป็นช็อตที่นักเล่นได้ลุ้นกันยาว ๆ นะตัวเอง

เหมือนกับการบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ของหุ้น CPF ก่อนจะปิดไปที่ระดับ 21.70 บาท บวกไป 0.90 บาท หรือขึ้นไป 4.33% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.11 พันล้านบาท “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นเรื่องที่ถูกต้องทุกประการ เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ธุรกิจอาหารเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของผู้คน จึงน่าจะทำให้รายได้และกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ทุกปี ผนวกกับหุ้นเทรดบน PE 8 เท่า แบบนี้..ความเสี่ยงในการเล่นต่ำมาก ๆ นะจ๊ะ

ส่วนรายที่กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้ง “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้นบัตรเครดิตอย่าง KTC หลังราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากเดิมเคยอยู่ที่ระดับ 30 บาท มาวันนี้หุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 36.50 บาท บวกไป 1.25 บาท หรือขึ้นไป 3.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.77 พันล้านบาท กลายเป็นช็อตที่ทำให้อีฉันต้องมองเป้าสูงสุดที่นักวิเคราะห์ให้ไว้บริเวณ 44 บาท มันไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วนะคะ

เมื่อหลายคนเชื่อว่า สถานการณ์ลงทุนน่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ EGCO ย่อมเป็นหุ้นที่น่าสนใจในแง่ของประวัติการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง และยังมีเรื่องของกำไรที่รอฟื้นตัวเป็นแรงหนุน “โมนิก้า” ถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 124.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 1.22% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 287 ล้านบาท ไม่ได้มาเล่น ๆ อย่างแน่นอน แถมยังมีเรื่องหุ้นต่ำบุ๊กเป็นแบ็กอัพแบบนี้..น่าจับตาพะยะค่ะ

ส่วนรายที่แอบขึ้นช้า ๆ อย่างหุ้น PTG ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ “โมนิก้า” อยากให้นักลงทุนจับตาดูดี ๆ เพราะอาการที่หุ้นไหลลง และยืนซึมกะทือ รวมเป็นเวลา 3 เดือนครึ่ง จนสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มผงกหัวขึ้น และวานนี้ดีดตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ7.65 บาท บวกไป 0.15 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 92 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน เลยเชื่อว่า หุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 9 บาทไงล่ะคะ

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องร้อนที่เกิดขึ้นกับ ก.ล.ต. กันดีกว่า! เพราะการเข้าถือหุ้น TRUE ของคนที่ชื่อ “สุภาพร พิมพงษ์”  ในสัดส่วน 7% มันเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยมาก ๆ แถมดีลนี้เป็นการทำผ่าน UBS เสียด้วย! ผู้คนมากมายเลยอยากให้แต่ละคนที่เกี่ยวข้องออกมาเผยความจริงให้สังคมได้รู้เสียที..เพราะในส่วนของทรูก็ออกมาจี้ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ออกมาพูดแล้ว ในส่วนของ ก.ล.ต. ก็ออกมาแต่พูดว่า กำลังตรวจสอบ ส่วนพรายกระซิบที่ใกล้ชิดกับ “ยูบีเอส” ก็ออกมาพูดว่า ธุรกรรมนี้ไม่เคยผ่านมือ..หวยเลยไปออกที่สำนักงานเต็ม ๆ เกิดอะไรขึ้นหว่า?

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button