
พาราสาวะถี
ตาลีตาเหลือกในการเร่งปรับแก้หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับบัตรคนจน หลังจากเสียงของผู้ถูกตัดสิทธิ์กว่า 9 ล้านคนดังกระหึ่ม
ตาลีตาเหลือกในการเร่งปรับแก้หลักเกณฑ์ของผู้ที่จะได้รับบัตรคนจน หลังจากเสียงของผู้ถูกตัดสิทธิ์กว่า 9 ล้านคนดังกระหึ่ม ซึ่งแนวทางที่ อนุทิน ชาญวีรกูล สั่งการผ่านการประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ชัดเจนว่า ต้องเดินไปหาประชาชนอย่ารอให้คนเดินทางมายื่นอุทธรณ์ สำคัญมากไปกว่านั้นคงเป็นเรื่องที่ว่าคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลังเป็นประธาน จะเคาะหลักเกณฑ์ที่ปรับเปลี่ยนหรือมีมาตรการใดมาเยียวยา ให้ทันเข้าที่ประชุมครม.วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคมนี้หรือไม่
ถามกันมามากถึงเรื่อง การยืดเวลาอุทธรณ์ของคนที่ถูกตัดสิทธิ์จากสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคมนี้ ไปเป็น 21 กันยายน คงต้องรอคำตอบจากที่ประชุมคณะกรรมการชุดดังว่า ถ้าเป็นไปตามนั้น รอให้ครม.เห็นชอบก็จะทันชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ตามมาด้วยหลักเกณฑ์ใหม่ มากไปกว่านั้น เมื่อมีการยืดเวลาอุทธรณ์ คนที่ถือบัตรคนจนอยู่แล้วแต่ถูกตัดสิทธิ์ แนวโน้มที่คาดว่าคณะกรรมการจะพิจารณาคือ ต่ออายุผู้ถูกตัดสิทธิ์เพื่อให้มีสิทธิ์ต่อไประหว่างรออุทธรณ์
หมายความว่า สามารถใช้บัตรได้ตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติไปก่อนจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ จากนั้นค่อยมาว่ากันอีกที ถามว่ากระทบต่องบประมาณหรือไม่ ไม่น่าจะมีผลเท่าไหร่ เพราะกรณีคนถูกตัดสิทธิ์แล้วอุทธรณ์ไม่ผ่าน จะสามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสที่จะเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้อีกรอบในเดือนสิงหาคมนี้ เท่ากับว่าเป็นการโยกงบประมาณในส่วนนี้คืนมาให้กลุ่มถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ถูกตัดสิทธิ์ดังกล่าวนั่นเอง
ดูเหมือน เป็นการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้กระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย แต่ด้วยการที่ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์กันถึงสองครั้งสองหนทั้งก่อนจะเปิดให้ลงทะเบียน และหลังลงทะเบียนประกาศผู้ผ่านเกณฑ์ไปแล้ว เป็นการสร้างความสับสน ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยถึงความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการของรัฐบาล ทั้งที่อยากจะแสดงความกล้าหาญเพื่อจัดระเบียบเรื่องนี้ให้เรียบร้อย จัดการทุกอย่างให้ถูกต้อง สุดท้ายกลับพบว่ามีข้อบกพร่อง ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย
ปมฮั้วเลือก สว.ได้ฟังสิ่งที่ทางกกต.พยายามชี้แจงล่าสุด ทั้ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. และ สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. ไม่ได้ดึงคดีให้ล่าช้า ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ อ้างเรื่องของกระบวนการรวบรวมพยาน หลักฐาน มีการพูดถึงประเด็นที่ถูกเปิดเผยจากบุคคลและองค์กรที่ตรวจสอบ จับตาเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีอยู่ในสำนวน แพลมออกมาแบบนี้น่าจะคาดเดาบทสรุปกันได้ไม่ยากจะออกมาแบบไหน กลไกของเผด็จการสืบทอดอำนาจไม่มีทางที่จะทำร้าย ทำลายพวกเดียวกันเด็ดขาด
ต้องไม่ลืมด้วยว่า 4 จาก 7 กกต.ที่จะชี้ขาดเรื่องนี้ ผ่านการเลือกโดยสว.ชุดปัจจุบัน ถามว่า ใครมันจะกล้าเอาผิดผู้มีพระคุณ ปากก็อ้างหลักการ ยกหางตัวเองเป็นคนดี คนเก่ง เห็นกันอยู่องคาพยพคนดีย์ทำอะไรไว้บ้างกับบ้านเมืองนับตั้งแต่เผด็จการคสช.เข้ายึดกุมอำนาจ การเปิดชื่อ 9 แกนนำพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.ของ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือไอลอว์ จนถูกทั้งหมดดำเนินการฟ้องร้อง เข้าใจได้ว่าเป็นการทำหน้าที่หัวหมู่ทะลวงฟัน เพื่อให้คดีนี้ไม่นิ่ง และชี้ชวนให้สังคมช่วยกันจับตามอง
ความจริงพฤติกรรมของสมาชิกสภาสูงผ่านการพิจารณาเรื่องสำคัญต่าง ๆ เห็นกันอยู่แล้วว่า เป็นคนของพวกไหน ยิ่งสายสัมพันธ์ระหว่างบุคคลหรือพรรคการเมือง ก็แสดงออกกันแบบโต้ง ๆ เมื่อประเภทอย่างหนามารวมตัวกันภายใต้ชายคาของเผด็จการสืบทอดอำนาจ หนุนหลังอย่างเต็มที่โดยฝ่ายอนุรักษ์นิยม จึงไม่ต้องไปหวังว่าทุกอย่างจะเดินไปตามครรลองของกระบวนการที่ถูกต้อง ปลายทางของเรื่องนี้ยิ่งกว่าหวยล็อค รอดูแค่ว่าจะมีคำแก้ตัวอย่างไรของผู้มีอำนาจชี้ขาดเท่านั้น
เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นหลังจากที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือสถ.ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เป็นไปตามคาดการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือ ก.กลาง ที่เลื่อนจากวันที่ 23 กรกฎาคมออกไปไม่มีกำหนด โดยมีกรณีพิจารณาคือมติเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน แน่นอนแล้วว่า จะจบตรงที่มติของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นหรือ กสถ.ให้ยกเลิกและประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ใหม่
คำตอบจากอนุทินในฐานะมท.1 เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจน เพราะมีการยืนยันถึงอำนาจของ กสถ.ที่เป็นคณะกรรมการภายใต้กฎหมาย ซึ่งที่ประชุมมีมติอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น พร้อมบอกด้วยว่า คนที่ได้รับผลกระทบก็มีสิทธิ์ไปฟ้องร้อง เท่ากับว่า ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเรื่องนี้จะจบลงตรงที่มติของ กสถ.แล้วให้ สถ.ไปดำเนินการตรวจสอบคะแนนและจัดเรียงลำดับบัญชีใหม่ ผู้เข้าสอบทั้งหมดใครเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไปพิสูจน์กันตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทางลงแบบนี้ถือว่าไม่มีใครเจ็บตัวโดยเฉพาะฝ่ายการเมือง เพราะคนที่จะไปฟ้องร้องนั้น ย่อมเป็นผู้ผ่านการสอบที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงสอบ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันกระทรวงมหาดไทยก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งรัดในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรดีกับเรื่องที่คาราคาซัง ปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอนได้ดำเนินไป ซึ่งไม่ได้กำหนดเงื่อนเวลาว่าจะต้องเสร็จเมื่อไหร่ ทำไปทำมาก็น่าจะชนกับจังหวะที่ป.ป.ช.มีบทสรุปเกี่ยวข้องเรื่องนี้พอดี เรื่องของการใช้กลไกทางกฎหมายหลบหลีกแรงกดดันนั้น ต้องยอมรับว่าพรรคสีน้ำเงินไม่เป็นสองรองใคร
อรชุน