
GROREIT ผู้ถือหน่วย..ผู้น่าเห็นใจ.!
ดูเหมือนละครฉากสุดท้ายของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน หรือ GROREIT จะจบลงแล้ว
ดูเหมือนละครฉากสุดท้ายของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน หรือ GROREIT จะจบลงแล้ว หลังจากผู้ถือหน่วยทรัสต์มีมติให้ขายสินทรัพย์หลัก โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส ให้แก่บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ในราคา 5,300 ล้านบาท
สำทับด้วยผู้ถือหน่วยมีมติไม่อนุมัติขายสินทรัพย์หลักให้แก่ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH อีกต่างหาก
โดยล่าสุด บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะทรัสตีของกองทรัสต์ และบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที ได้ร่วมลงนามสัญญากันแล้ว แถมมีการวางเงินมัดจำไปแล้ว 100 ล้านบาท ส่วนเงินก้อนใหญ่จำนวน 5,200 ล้านบาท จะนำมาจ่ายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ภายใน 14 วัน หรือกำหนดจ่ายในวันที่ 11 พ.ย. 2569 นี้…
แต่ ๆๆ อย่าเพิ่งดีใจไป…ต้องไม่ลืมว่าข้อพิพาท GROREIT ไปถึงหูครูอังคณาแล้ว อุ๊ย…ถึงโรงถึงศาลเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นคดีความไปแล้วนะสิ..!?
โดยเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 GROREIT (โดย บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ และบลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะทรัสตีของกองทรัสต์) ได้ยื่นฟ้อง ROH ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ1837/2569 ในข้อหาผิดสัญญาและละเมิด เนื่องจากไม่ซื้อคืนทรัพย์สินตามกำหนด พร้อมขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้ ROH วางเงินหลักประกันความเสียหายต่อศาลเดือนละ 25 ล้านบาท ระหว่างพิจารณาคดี
ขณะที่ ROH ก็ได้ยื่นฟ้องกลับ GROREIT และบลจ.วรรณ ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เช่นกัน เพื่อยืนยันสิทธิในการซื้อคืนทรัพย์สินตามสัญญาเดิม โดยอ้างว่าฝั่งทรัสตีเป็นฝ่ายเปลี่ยนเงื่อนไขการชำระเงินจนทำให้ปิดดีลไม่สำเร็จ
เรียกว่าเปิดศึกแลกกันหมัดต่อหมัดแบบไม่มีใครยอมใครเลยแม่..!!
พอต้องขึ้นโรงขึ้นศาล สิ่งที่ตามมาทั้ง GROREIT และบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จะต้องแบกรับความเสี่ยงทันที..!!
โอเค…แม้สิทธิ์ในการขายทรัพย์สินยังเป็นของ GROREIT 100% แต่ในระหว่างที่ฟ้องร้องสู้คดีกันอยู่นั้น ฝั่ง ROH ก็มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยขอให้ศาลมีคำสั่งห้าม GROREIT จำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินที่เป็นข้อพิพาทไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ซึ่งล่าสุด ROH ก็ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายทรัพย์สินพิพาทที่ทำขึ้นแล้ว
หากศาลยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว…GROREIT สามารถดำเนินการซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินให้แก่ผู้ซื้อรายใหม่ได้ตามปกติ
แต่หากศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราว (สั่งห้ามโอน) เท่ากับว่าการซื้อขายจะถูกระงับไว้ทันทีจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือจนกว่าคดีจะสิ้นสุด
นั่นจะทำให้ผู้ซื้อรายใหม่ อย่างบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที มีความเสี่ยงทันที…ซึ่งกรณีเลวร้ายสุด หากท้ายที่สุดศาลฎีกาพิพากษาว่า ROH เป็นฝ่ายชนะคดีและมีสิทธิ์ซื้อคืนทรัพย์สิน…สัญญาที่ GROREIT ทำไว้กับบริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จะถูกเพิกถอน และอาจต้องส่งมอบทรัพย์สินคืน และต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก GROREIT แทน
ที่สำคัญคดีข้อพิพาททางแพ่ง มักใช้เวลาพิจารณาจนปิดคดีได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ต่ำกว่า 3-5 ปีขึ้นไป หากคู่ความต่อสู้คดีกันจนถึงศาลฎีกา
นั่นหมายความว่าการปิดกองทรัสต์ GROREIT จะยังไม่สามารถดำเนินการได้เร็ว ๆ นี้นะสิ อาจต้องรอไปอีก 3-5 ปีเลยทีเดียว…
ทำให้ละครฉากสุดท้าย GROREIT ที่เหมือนจะจบ…ก็ยังไม่มีฉากจบเสียที..!!
งานนี้คนที่น่าสงสารที่สุดเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ถือหน่วย GROREIT ที่ตกอยู่ในภาวะจำยอม..ทำอะไรไม่ได้เลย..!!
มันน่าเก็กซิมจริง ๆ ให้ตายเถอะโรบิ้นนน…
…อิ อิ อิ…