พาราสาวะถี

ไม่ใช่แค่การโชว์ความชื่นมื่นระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ระหว่างงานเลี้ยงก่อนการประชุมครม.สัญจรที่อุดรธานีเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา


ไม่ใช่แค่การโชว์ความชื่นมื่นระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับเพื่อไทย ระหว่างงานเลี้ยงก่อนการประชุมครม.สัญจรที่อุดรธานีเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำภาพความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างสองพรรคร่วมรัฐบาล ในการแถลงข่าวหลังการประชุมครม. ทั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล และ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างกันเป็นไปด้วยดี ไม่มีการแย่งเคลมผลงานว่าเป็นของพรรคใด ทุกเรื่องที่ทำสำเร็จถือเป็นการทำเพื่อประชาชนร่วมกัน

ประโยคเด็ดที่ฟังจากปากของเสี่ยหนู เป้าหมายเดียวของรัฐบาลคือ ความผาสุกของบ้านเมือง ความสงบ ความสันติ ความเจริญ คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน คงไม่ต้องบอกว่าแนวทางนี้ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคสีแดงอย่าง ทักษิณ ชินวัตร คงรับสารมาเช่นเดียวกัน พรรคสีน้ำเงินแม้จะเป็นสายตรงฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่มีฐานสนับสนุนอันแข็งแกร่งไม่ต้องกังวลเรื่องแรงเสียดทาน หรือการสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ต้องสร้างผลงานโดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นด้วย

โจทย์เช่นนี้พรรคสีน้ำเงินจะขับเคลื่อนเพียงลำพังไม่ได้ ต่อให้มีแรงหนุนส่งจากชนชั้นนำ และทุกองค์กรภายใต้กลไกของเผด็จการสืบทอดอำนาจก็ตาม จำเป็นต้องอาศัยลมใต้ปีกผ่านแนวคิดและการสร้างผลงานร่วมจากพรรคการเมืองที่เคยมีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชน เช่นเดียวกับภาพลักษณ์ของคนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ภูมิใจไทยมี 3 คนดีย์ที่เป็นตัวชูโรง นั่งถ่างขารองนายกฯ ควบเก้าอี้รัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องการคลัง พาณิชย์ และงานต่างประเทศ เพื่อไทยก็มีคนภาพลักษณ์ดีอย่างอาจารย์เชน มาช่วยเติมเต็ม เรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนเช่นกัน

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อนุทินจะบอกว่า วันนี้พวกเราโชคดีมาก ๆ ที่มีพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถอย่างพรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาลสองพรรคที่ทำงานด้วยกัน ไม่มีใครบอกว่าเป็นผลงานของพรรคภูมิใจไทยหรือเพื่อไทยเท่านั้น เราพูดเสมอไม่ต้องนัดหมายหรือเตี๊ยมว่าต้องพูดว่าเป็นผลงานของรัฐบาล เหล่านี้เป็นภาพสะท้อนของการทำงานด้วยความสบายใจ ส่วนการเติมเสียงด้วยการดึงพรรคกล้าธรรม ของ ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เสี่ยหนูไม่ได้ปิดประตูตาย ก็เป็นเพียงลีลาทางการเมืองเท่านั้น

เมื่อพูดถึงเสถียรภาพของรัฐบาลกับเสียงสส.ที่มีถือว่ามากเกินพอเสียด้วยซ้ำ พรรคสีเขียวแม้มีความกระสันอยากจะเข้าสู่อำนาจบริหาร แต่พรรคสีน้ำเงินก็มีการประเมินกันแล้วว่า ถ้าเทียบฟอร์มของคนที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้เสนาบดี ยังไงก็มีความห่างชั้นกับคนของเพื่อไทยหลายช่วงตัว ภาพของการทอดไมตรีของเสี่ยหนูกับผู้กองมันคือแป้ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือด้วยการยกมือหนุนทุกเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการเสียงเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ฝ่ายคอยเหมือนถูกหลอกให้รอ เพราะทุกครั้งที่ยกมือมันหมายถึงต้นทุนที่ต้องจ่าย ซึ่งความจริงก็มีการดูแลกันอยู่แล้ว

ฟากเพื่อไทยการได้อาจารย์เชนมาแสดงบทบาทนำในความเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ลดแรงกระแทก และการต่อต้านจากเหล่าขาประจำและพวกจ้องจับผิดได้เป็นอย่างดี เรื่องของการโหวตให้ 18 รัฐมนตรีพรรคสีน้ำเงินที่ถูกซักฟอกนั้น แทบจะไม่ต้องลุ้นกันแล้วว่าจะเกิดการบิดพลิ้วภายหลัง ยังไงเสียสส.พรรคสีแดงก็ไม่มีแตกแถว เว้นเสียฝ่ายค้านจะมีหลักฐานเด็ดมาเล่นงานจนรัฐมนตรีรายนั้นดิ้นไม่หลุด นั่นจึงเป็นตัวแปรที่ทำให้พรรคนายใหญ่ต้องประเมินท่าทีกันใหม่ แต่ดูแล้วไม่มีวี่แววว่าจะเป็นเช่นนั้น

คำตอบของอาจารย์เชนหลังจากถูกถามการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทยจะฉลุยเลยใช่หรือไม่ เป็นตัวบ่งชี้ว่าการก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองของเจ้าตัวนั้น มีการเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี รู้และเข้าใจว่าการวางตัว กำหนดท่าทีภายใต้รัฐบาลผสมนั้นควรเป็นอย่างไร การเลี่ยงที่จะตอบแบบตรงไปตรงมา ด้วยการยกเหตุผล ตอนนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของเศรษฐกิจซึ่งกำลังไปได้ดี เสถียรภาพของรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญ ตรงนี้ต้องสื่อสารและชัดเจน ตนคิดว่าเราต้องสื่อสารและชัดเจน

แม้จะไม่พูดเพื่อไทยโหวตให้รัฐมนตรีภูมิใจไทยแน่ แค่การบอกว่าในแต่ละกระทรวงเรื่องเสถียรภาพการทำงานทางราชการ การวางงบประมาณต่าง ๆ ในระยะยาว การที่ต่างชาติจะมองจากข้างนอก โดยยกตัวอย่างการประชุมไอเอ็มเอฟและเวิลด์แบงก์ที่จบลงไปท่ามกลางเสียงชื่นชมของต่างชาติ รวมไปถึงการยกเอาเรื่องประชุมครม.สัญจรที่อุดรธานี ที่รัฐบาลมีโครงการพัฒนาภาคอีสานในระยะยาว ก็เป็นการตอกย้ำยืนยันว่า ทั้งพรรคสีแดงและสีน้ำเงินมีความจำเป็นจะต้องจับมือกันทำงานกันจนครบเทอม

เพียงแต่ระหว่างที่ยังทำงานร่วมกันนั้น การขับเคลื่อนเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป เป็นสิ่งที่จะต้องดำเนินการตามที่กุนซือของแต่ละพรรคได้วางแผนเอาไว้ พรรคสีน้ำเงินการผงาดขึ้นมาเป็นผู้ชนะเลือกตั้งด้วยเสียงสส.เกือบ 200 ที่นั่ง ผนวกเข้ากับระยะเวลาที่เหลือเฟือมากกว่าคราวมีอำนาจในรัฐบาลอายุสั้น จึงเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบทุกประตู อยู่ที่การวางหมากสู้เพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของพรรคเพื่อไทย นายใหญ่จะพลิกเกมอย่างไร

โจทย์สำคัญสำหรับการเลือกตั้งภายใต้กลไกที่พร้อมจะเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคสายตรงอนุรักษ์นิยมนั้น ทีมยุทธศาสตร์เพื่อไทย ประเมินกันว่าโอกาสที่จะชนะหรือเบียดสู้กับพรรคสีน้ำเงินนั้นคงยาก ดังนั้น จึงพุ่งเป้าไปที่ การทวงคืนเก้าอี้ที่ถูกแย่งชิงไปจากพรรคสีส้มและสีเขียว หากสามารถเก็บแต้มได้จากสองพรรคดังว่าก็จะทำให้พรรคกลับมามีสส.เกินร้อยที่นั่ง นั่นจะทำให้ สมการการเมืองว่าด้วยรัฐบาลผสมมีพลังต่อรองมหาศาล ซึ่งกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ไม่มีใครการันตีได้ว่า พรรคที่มีพลังหนุนอันวิเศษ จะยังคงเป็นพรรคที่แข็งแกร่งกว่าใครในใต้หล้าอยู่หรือไม่

อรชุน

Back to top button