
‘เกาหลีใต้’ ปักธงสร้างอธิปไตย AI
เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นรากฐานใหม่ของอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร ทั่วโลกกำลังจับตามองก้าวสำคัญของประเทศเกาหลีใต้
เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลายเป็นรากฐานใหม่ของอำนาจทางเศรษฐกิจและการทหาร ทั่วโลกกำลังจับตามองก้าวสำคัญของประเทศเกาหลีใต้ หลังจากการแถลงนโยบายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2027 โดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ต่อรัฐสภา การประกาศอัดฉีดงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 820.9 ล้านล้านวอน (ประมาณ 6.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ไม่ได้เป็นเพียงการใช้จ่ายสาธารณะตามปกติ หากแต่เป็นการ “เดิมพันครั้งใหญ่” เพื่อชิงเป้าหมายสูงสุดกับการสร้าง “อธิปไตย AI” (Sovereign AI) และการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างแท้จริง
งบประมาณปี 2027 ปรับเพิ่มขึ้น 12.8% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาล ในการเร่งสปีดเครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ โดยใจกลางของงบประมาณฉบับนี้คือ การจัดสรรเงินมูลค่า 21.3 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เพื่อเร่งพัฒนา 3 ศักยภาพหลัก คือ 1)เซมิคอนดักเตอร์ หรือ ชิป (หัวใจหลักในการประมวลผลระบบไฮเทค) 2)Physical AI (การนำ AI มาผสานเข้ากับหุ่นยนต์และโลกกายภาพ) 3)Data Center (โครงสร้างพื้นฐานในการรองรับข้อมูลขนาดมหาศาล)
นอกจากนี้รัฐบาลมีการแยกงบประมาณอีก 4.7 ล้านล้านวอน สำหรับโครงการพัฒนา “โมเดล AI แห่งชาติ” เพื่อให้เกาหลีใต้ มีระบบ AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในโลก และเป็นอิสระจากการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ความท้าทายของการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค ไม่ได้อยู่ที่ฮาร์ดแวร์ หรือ เงินทุนเท่านั้น แต่อยู่ที่ “คน” เกาหลีใต้จึงวางแผนสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบชิปและเซมิคอนดักเตอร์ ระดับภูมิภาค 2,000 คน พร้อมขยายระบบการเรียนรู้ AI ไปยังทุกระดับ ตั้งแต่นักเรียน ผู้หางาน ไปจนถึงแรงงานวัยทำงาน
จุดเด่นของแผนนี้ คือ การใช้โมเดลสาขาวิชาตามสัญญา (Contract Departments) ในระดับอุดมศึกษา ถือเป็นการดึงภาคเอกชนยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เข้ามาร่วมออกแบบหลักสูตร สนับสนุนทุนการศึกษา และรับนักศึกษาเข้าทำงานโดยตรงทันทีที่สำเร็จการศึกษากลไกนี้ช่วยลดช่องว่างระหว่างภาคการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ทำให้เกาหลีใต้สามารถผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที
ยุทธศาสตร์ดังกล่าว กำลังออกผลอย่างชัดเจน ข้อมูลจากกรมศุลกากร ระบุว่า ยอดส่งออกเดือนตุลาคม 2026 พุ่งขึ้นถึง 93.7% แตะระดับ 1.15 แสนล้านดอลลาร์ โดยมียอดส่งออกสะสม 10 เดือนแรก ทะลุ 9.3 แสนล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์และมีเกินดุลการค้ากว่า 4.25 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกันกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้จะเติบโต 3.3% ในปี 2026 เป็นอัตราสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงฟื้นตัวหลังวิกฤตโควิด-19 ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า ความต้องการชิปและเทคโนโลยีประมวลผล AI ในตลาดโลก คือแรงขับเคลื่อนหลักที่พาเกาหลีใต้ เข้าใกล้เป้าหมาย “การส่งออก 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี”
นอกจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจงบประมาณปี 2027 ครอบคลุมการยกระดับความมั่นคง โดยงบกลาโหมเพิ่มขึ้น 8.2% แตะระดับ 73.3 ล้านล้านวอน เพื่อพลิกโฉมสู่ Smart Army ทำงานประสานกันระหว่างมนุษย์, AI, หุ่นยนต์ และโดรน ส่วนประเด็นด้านวินัยทางการเงิน “อี แจ-มยอง” ยืนยันว่าการอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลครั้งนี้ จะไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลใช้กลไกการออกพันธบัตรใหม่ เพื่อชำระคืนพันธบัตรเดิมที่ครบกำหนดอย่างเป็นระบบ
ทิศทางของเกาหลีใต้ ภายใต้แผนงบประมาณปี 2027 แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ชัดเจน ในการนำเทคโนโลยีมาเป็นแกนกลางของการพัฒนาประเทศ การลงทุนที่กล้าหาญใน AI-ชิป-บุคลากรและความมั่นคง ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยีของชาติเท่านั้น แต่เป็นแบบอย่างของการเตรียมพร้อม เพื่อนำพาประเทศ เข้าสู่ยุค AI ได้อย่างมั่นคง
