หุ้นที่ตกหนัก 7 เดือนแรก

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ 7 เดือนแรกของปี 69 ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำเอาบรรดาขาเชียร์ และนักลงทุนหัวใจเต้นระรัว


ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ 7 เดือนแรกของปี 69 ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่ทำเอาบรรดาขาเชียร์ และนักลงทุนหัวใจเต้นระรัว เพราะดัชนีเพิ่งไต่ระดับขึ้นจริงในเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม ต่กจากนั้นก็ถูกรินขายหนักมาตลอด ส่งผลให้สภาพของตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวออกด้านข้าง และค่อนไปในทางอ่อนตัวเป็นหลัก ซึ่งสร้างแรงกดดันให้กับนักลงทุนที่ยังนอนกอดหุ้นใหญ่อยู่นะจ๊ะ

ประเด็นที่น่าคิดคือ หุ้นในกลุ่ม SET100 บางตัวโดนถล่มขายออกมาอย่างหนักหน่วง ราวกับว่าตลาดหุ้นไทยหมดเสน่ห์ไปเสียแล้ว ภาพรวมตลาดที่เคยหวังว่าจะฟื้นตัวชื่นมื่นกลับกลายเป็น “ลานสังหาร” ของหุ้นใหญ่บางตัว “โมนิก้า” เลยถือโอกาสมานั่งจับเข่าคุย เพื่อดูสาเหตุที่ทำให้หุ้นเหล่านี้พาคนไปติดดอย มันมีมูลเหตุที่เกิดจากอะไรกันแน่ เพราะสิ่งที่อีฉันเห็นคร่าว ๆ ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะตัวเอง

เหมือนกับในรายของเจ้าจำปี THAI ที่มีหลายประเด็นกดราคาหุ้นจนโงหัวไม่ขึ้นนั้น ล้วนมาจากเรื่องผลประกอบการที่ไม่เป็นดังที่คาดหวัง และในระหว่างทางก็มีปัญหาความขัดแย้งเรื่องบอร์ดบริหาร ผนวกกับมีหุ้นที่เกิดจาการแปลงหนี้เป็นทุนพ้นห้ามขาย “โมนิก้า” เลยมองราคาหุ้นในช่วง 7 เดือนแรกรูดลงราว 20% ไม่ได้รุนแรงเกินไปเมื่อเทียบกับปัจจัยลบที่ถาโถมไม่หยุดหย่อนเจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับในรายของ BAM ซึ่งขึ้นชื่อเป็นหุ้นปันผลดี แต่ลืมไปว่า สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่เอื้อให้บริษัทปั๊มกำไรงาม ๆ เหมือนปีที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจปีนี้ชะลอตัวหนักกว่าเดิม ส่งผลให้การระบายทรัพย์สินที่ยึดมาก่อนหน้านี้ทำได้ยาก และเรื่องดังกล่าวก็เป็นตัวฉุดราคาหุ้นร่วง 14% ขณะเดียวกันยังต้องลุ้นกำไรไตรมาส 2 จะออกมาดีหรือเปล่า? ราคาหุ้นเลยแกว่งตัวออกด้านข้างเป็นเดือนพะยะค่ะ

ส่วนหุ้นลูกเจี๊ยบ GFPT ที่มีอาการอืด ๆ อย่างหนักในปีนี้ ล้วนเกิดจากผลงานในปีก่อนที่ทำได้ดีสุด ๆ จึงกลายเป็นแรงกดดันให้ผลงานปี 69 ต้องออกมาดีกว่าปี 68 แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 69 กลายเป็นว่า กำไรลด! ราคาหุ้นก็เลยซึมลงเรื่อย ๆ ก่อนจะพยายามตีกลับขึ้นอีกครั้ง และผลที่ออกมาคือ ราคาหุ้นลดเกือบ 8% พร้อมกับมีเรื่องให้ต้องคิดคือ ราคาหุ้นบน PE 6 เท่าน่าซื้อหรือยัง?

ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องพูดถึงหุ้น SPALI เป็นรายถัดมา เพราะเมื่อดูจากราคาหุ้นที่ลงราว 6.50% เทียบกับความกังวลเรื่องกำไรจะลดลงอีก แถมมีเรื่องปรับลดการเปิดโครงการใหม่ ๆ ออกมาให้ได้ยินเป็นระลอก อีฉันเลยมองว่า การที่หุ้นลดลงระดับนี้ถือว่า ไม่ได้มากเกินไป! และอย่าลืมว่า หุ้นตัวนี้ยังมีดีที่เรื่องปันผล จึงทำให้ราคาหุ้นทรงตัวในระดับ 16 บาทได้เป็นเดือนนะจะบอกให้

อีกรายที่ดูแล้วอาจน่าตกใจ แต่ในความเป็นจริงคือ BTS ขยับตัวไปมาในกรอบ 2.00-2.30 บาทเป็นเวลาหลายเดือน แถมยังมีเงินสดในมือมากถึง 5 หมื่นล้าน “โมนิก้า” ถึงรู้สึกเฉย ๆ เมื่อเห็นราคาหุ้นปรับตัวลง 6% เพราะวันนี้ยังไม่เห็นมูฟเมนต์ใหม่ที่จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจให้เฟื่องฟูเหมือนในอดีต จึงกลายเป็นหุ้นที่เหมาะต่อการเล่นเก็งกำไร เมื่อมีสตอรี่ใหม่ ๆ เข้ามาบิ้วอารมณ์นะจ๊ะ

เช่นเดียวกับในรายของ AAV ที่มีอาการเซื่องซึมเป็นเวลานานถึง 5 เดือน ล้วนมาจากต้นทุนน้ำมันที่แพงขึ้น และการลดจำนวนเที่ยวบิน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกำไรบรรทัดสุดท้ายเต็ม ๆ ผนวกกับราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาก็อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว ส่งผลให้ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นลดลงไปประมาณ 5% นิดๆ และทำให้หุ้นตัวนี้กลายเป็นหุ้นที่เล่นกันแค่ 2-3 ช่องออกนะออเจ้า

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button