
เด้งแล้วทุบ
กลับมาพบกับ "โมนิก้า" คนสวยหน้ามนในวันศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้..อีฉันก็จำเป็นต้องออกโรงเตือน เพื่อชี้ให้เห็นอาการของดัชนีที่พยายามกระชากขึ้นแรง
กลับมาพบกับ “โมนิก้า” คนสวยหน้ามนในวันศุกร์สุดสัปดาห์แบบนี้..อีฉันก็จำเป็นต้องออกโรงเตือน เพื่อชี้ให้เห็นอาการของดัชนีที่พยายามกระชากขึ้นแรง พร้อมกับทำท่าเหมือนจะฟื้นตัวให้แมงเม่าตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็เข้าสูตรเดิม “เด้งแล้วทุบ” จนหน้าแหกกันเป็นแถบ ๆ เนื่องจากเมื่อกางงบ ดูตัวเลข และมองภาพรวมเศรษฐกิจตอนนี้ ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ ๆ เข้ามาหนุนเลยเลยนะคะ
ปัจจัยเดิม ๆ อย่างสงครามการค้า การบริโภคในประเทศชะลอตัว กำลังซื้อชนชั้นกลางหดหาย แถมยังมีเรื่องหุ้น Big Cap บางตัวอย่าง DELTA ที่ลากดัชนีผันผวนวันละสิบจุด ทำให้แรงซื้อที่เห็นช่วงเช้า เป็นแค่แรงเก็งกำไรระยะสั้น หรือไม่ก็ บอทเทรดขยับตามเทคนิเคิล พอชนแนวต้านปุ๊บ กองทุนและต่างชาติก็พร้อม “ทุบใส่หน้า” เพื่อถอนเงินสดออกมาถือไว้ก่อนทันที..จำกันได้บ่!
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องออกมาบอกแฟนคลับว่า การไล่เก็บหุ้นราคาสูงท่ามกลางภาวะผันผวนแบบนี้..นักลงทุนต้อง “เข้าเร็ว ออกเร็ว” วันนี้เลยถือโอกาสรวบรวมหุ้นทรงเสี่ยงที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในช่วงตลาดไร้ปัจจัยขับเคลื่อน โดยเฉพาะในมุมของนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาใช้ยุทธวิธีลากหุ้นในจังหวะที่หลายคนกลัว และถล่มขายเมื่อหลายคนกำลังช้อนทยอยซื้อนะซี
โดยเฉพาะในรายของ TIDLOR ที่ก่อนหน้านี้ขึ้นมาจาก 14 บาท และไต่ระดับขึ้นไปถึง 20 บาท แต่ในช่วง 1 เดือนโดนรินขายแบบต่อเนื่อง จนหุ้นลงมายืนที่บริเวณ 18 บาทนั้น ล้วนเป็นผลมาจากความกังวลเรื่อง “หนี้เสีย“ ในกลุ่มลูกหนี้ที่เริ่มผิดนัดชำระมากขึ้น ซึ่งทำให้แบงก์ชาติเข้มงวดเรื่องมาตรการแก้หนี้เรื้อรัง ทำให้ต้นทุนการตั้งสำรองยังกดดันกำไร ส่งผลให้การรีบาวด์ของหุ้น ถูกขายลดความเสี่ยงทันทีจ้า!
ตัวอย่างที่ล้อไปกับเรื่องข้างต้นคือการร่วงลงแรงของหุ้น AAV หลังรัฐบาลมาเลเซียเริ่มสอบถาม “Malaysia Airlines” และ “Batik Air” ถึงความสามารถในการรองรับเส้นทางบิน และผู้โดยสารภายในประเทศของ AirAsia หากมีความจำเป็นต้องเข้ามารับช่วงแทน โดยทั้งหมดมาจากความกังวลต่อฐานะการเงินของบริษัท หลังผลประกอบการครึ่งแรกปี 69 ขาดทุนสูงถึงระดับ 1.48 พันล้านบาทไงล่ะคะ
ส่วนในรายของ DELTA กลายเป็นตัวประกันของตลาดหุ้นไทยแบบเต็มตัว โดยวันไหนที่บอทเทรด หรือกองทุนลากกันหนัก ๆ ดัชนีจะพุ่งแรงโดยอัตโนมัติ แต่พอมีข่าวบริษัทแม่เตรียมออกหุ้นกู้แปลงสภาพ และมีความเสี่ยง “Dilution Effect” ก็กลับมาพูดถึงเรื่องราคาเกิน P/E ไปมากเหลือเกิน จึงไม่ปลอดภัยในการลงทุนเสียอย่างนั้น! และใครที่เข้าช้ามีสิทธิ์รับของร้อนปลายดอย ซึ่งเป็นเรื่องที่อีฉันพูดถึงบ่อยมากในช่วงหลังนะจ๊ะ
อีกเรื่องที่นักลงทุนต้องประเมินกันให้ดีก็คือ ลักษณะการย่อตัวของหุ้น CENTEL ท่ามกลางข่าวนักท่องเที่ยวเข้าไทยตามเป้านั้น มันอาจเป็นเรื่องที่ขัดความรู้สึกของนักลงทุนพอสมควร แต่อย่าลืมว่า ราคาหุ้นได้รับข่าวดีไปแล้ว ส่งผลให้ P/E ที่เห็น ณ เวลานี้ เป็นการเทรดบนคาดการณ์ระดับสูงสุด ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ทำให้นักเล่นคาดหวังกำไรจะต้องออกมาดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จังหวะนี้เริ่มถูกรินขายก่อนข่าวจริงนะคะ
ปิดท้ายกันที่พ่อดอกมะลิ JAS ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหุ้นหลายตัวไม่มีโอกาสเด้งเหมือนกับหุ้นตัวอื่น ๆ ล้วนมาจากผลการดำเนินงานขาดทุนแดงโร่ และไม่รู้จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้เมื่อไหร่? เพราะโปรเจกต์ที่ลงทุนไปก่อนหน้านี้ มีการใช้เงินเป็นจำนวนมาก แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับคืนมายังไม่เข้าเป้าตามที่ตั้งไว้แบบนี้..อย่าเพิ่งเข้าไปรับดีกว่า และรอให้ทุกอย่างเข้าที่เสียก่อน..ก็ไม่สายเกินไปหรอกจ้า!
โมนิก้าและทีมงาน