ดาวโจนส์ปิดบวก 24 จุด ขณะตลาดจับตาประชุม BoE

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ก.ค.) โดยตลาดยังคงได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้ เพื่อรับมือกับผลกระทบ Brexit อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เพราะตลาดได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก และรายงานรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือ Beige Book ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจและการจ้างงานในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิด (13 ก.ค.) ที่ 18,372.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.45 จุด หรือ +0.13%, ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,005.73 จุด ลดลง 17.09 จุด หรือ -0.34% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,152.43 จุด เพิ่มขึ้น 0.29 จุด หรือ +0.01%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับกระแสคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ว่า BoE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หรืออาจเพิ่มวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ในการประชุมวันนี้ เพื่อรับมือกับผลกระทบ Brexit คาลูม พิคเคอร์ริ่ง นักวิเคราะห์อาวุโสของบริษัทเบเรนเบิร์ก เชื่อว่า มีโอกาส 60% ที่กรรมการทั้ง 9 คนของ BoE จะลงมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันนี้วันนี้ โดยจะลดลง 0.25%

ขณะที่นายไมค์ เอมีย์ หัวหน้านักวิเคราะห์ที่บริษัทพิมโค กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการเติบโตที่อ่อนแอ ทำให้คาดการณ์ได้ว่า BoE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงสู่ระดับ 0% และหลังจากนั้นจะใช้มาตรการ QE หากมองว่าจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากราคาดิบ WTI ร่วงลง 4.4% หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 2.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 3 ล้านบาร์เรล สะท้อนให้เห็นถึงภาวะอุปทานน้ำมันที่ยังคงสูงมากในสหรัฐ

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจและการจ้างงานยังคงขยายตัวเพียงเล็กน้อยในภูมิภาคส่วนใหญ่ของสหรัฐนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ค.จนถึงเดือนมิ.ย. และแทบไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นในเร็วๆ นี้ รายงานของเฟดยังระบุด้วยว่า มีสัญญาณบ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ส่วนภาคการผลิตยังคงปรับตัวไร้ทิศทาง ขณะที่ภาคบริการมีการขยายตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หุ้น Amazon.com ปรับตัวลง 0.8% เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาหุ้นทะยานขึ้นในช่วงแรก ภายหลังจากนักวิเคราะห์ของเบนช์มาร์คได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้น Amazon.com ขึ้นสู่ระดับ 915 ดอลลาร์ จาก 750 ดอลลาร์

ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.7% หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่หุ้นกลุ่มค้าปลีกและกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงเช่นกัน เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะลอตัว นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ BoE ในวันนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า BoE จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย., ยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนมิ.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนก.ค.โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน