น้ำมันดิบปิดร่วง หลังโอเปกเพิ่มการผลิต-สหรัฐฯเพิ่มการขุดเจาะน้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (1 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด หลังจากมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยังคงเพิ่มกำลังการผลิต และสหรัฐเพิ่มการขุดเจาะน้ำมัน

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย.ร่วงลง 1.54 ดอลลาร์ หรือ 3.7% ปิด (1 ส.ค.) ที่ 40.06 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ย.ดิ่งลง 1.39 ดอลลาร์ หรือ 3.2% ปิดที่ 42.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดน้ำมันนิวยอร์กยังคงได้รับแรงกดดันจากภาวะน้ำมันล้นตลาด โดยผลการสำรวจพบว่าการผลิตน้ำมันของโอเปกในเดือนก.ค.มีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายงานระบุว่า ลิเบียซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มโอเปกนั้น ได้เริ่มดำเนินการส่งออกน้ำมันจากท่าเรือขนส่ง 3 แห่งที่เคยถูกปิดก่อนหน้านี้ หลังจากที่รัฐบาลได้บรรลุข้อตกลงกับสหภาพพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ได้ทำการปิดท่าเรือเหล่านี้ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งด้านค่าแรง โดยการบรรลุข้อตกลงครั้งนี้จะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของลิเบียปรับตัวสูงขึ้น

ด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการแก่อุตสาหกรรมน้ำมัน เปิดเผยว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐเพิ่มขึ้น 3 แท่น สู่ระดับ 374 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 5 ติดต่อกัน

ธนาคารโซซิเอเต้ เจเนอราล ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกได้เปลี่ยนแปลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด ไปสู่ภาวะสมดุลในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และครึ่งปีแรกของปีหน้า ขณะที่นักวิเคราะห์ของทางธนาคารคาดว่ ราคาน้ำมันดิบจะฟื้นตัวขึ้นจากระดับในช่วงบนของกรอบ 30 ดอลลาร์ และจะไม่ปรับตัวลงสู่ระดับ 26-27 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในไตรมาสแรกของปีนี้