คุณค่าบริษัท : TIPCO เติบโตมีเสถียรภาพมากขึ้น

ทำไมยังคงต้องมองหุ้น TIPCO หรือ บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นหุ้นน่าลงทุนอยู่... เพราะมีข้อมูลจากนักวิเคราะห์มองว่ายังมี 4 เหตุผลที่สนับสนุนนั่นเอง

อาทิ ธุรกิจหลักลดความผันผวน หมดการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ, ราคาสับปะรดทรงตัวระดับต่ำหนุนอัตรากำไรเพิ่มขึ้น, เพิ่มกำลังการผลิตออราอีกเท่าตัว พร้อมถือหุ้น TFB เต็ม 100% หนุนอัตรากำไรพุ่งขึ้นได้เท่าตัว และราคาหุ้นปัจจุบัน PER 2560 ต่ำเพียง 10.5 เท่า พร้อม Upside gain 44%

สิ่งสำคัญบริษัทจะมีการเติบโตแบบมีเสถียรภาพมากขึ้นเป็นลำดับทั้งรายได้และอัตรากำไร เนื่องจากธุรกิจสับปะรดกระป๋องได้อานิสงค์จากราคาสับปะรดที่ทรงตัวในระดับต่ำ ซึ่งอย่างน้อยถึงไตรมาส 3 ปี 61 หนุนคำสั่งซื้อในอนาคตที่จะกลับมาเพิ่มขึ้น คาดว่าตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 60 เป็นต้นไป

ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับสูง ขณะที่ธุรกิจกลุ่มคอนซูเมอร์ (น้ำผลไม้บรรจุกล่อง) คาดหยุดการชะลอตัวได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 60, ธุรกิจน้ำแร่ออราคาดว่าจะเป็นตัวชูโรงผล ประกอบการแม้ว่าปี 2560 ยอดขายจะไม่เติบโตเพราะผลิตเต็มกำลังการผลิตแล้ว

ถือว่าไม่น่าเป็นห่วงเพราะ TIPCO ซื้อเงินลงทุนจาก Suntory ทำให้ถือหุ้นใน TFB 100% (TFB บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำแร่ออรา และน้ำผลไม้) หนุนอัตรากำไรดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 60 เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัวเป็น 240 ล้านขวดต่อปี เสร็จไตรมาส 3 ปี 61

ทำให้นักวิเคราะห์คาดกำไรเติบโต 26% ต่อปี ช่วง 3 ปีข้างหน้า (2559 – 2562)

ขณะที่ผลการดำเนินงาน ไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 1,284.98 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 1,407.76 ล้านบาท แต่บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 386.38 ล้านบาท หรือ 0.80 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 347.93 ล้านบาท หรือ 0.72 บาทต่อหุ้น โดยเป็นผลจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น

ส่วนในช่วงที่ผ่านมาบริษัทก็สามารถทำกำไรสุทธิดีอยู่ ดูได้จากปี 2556-2559 โดยในปี 2556 บริษัทมีกำไรสุทธิ 114.41 ล้านบาท ต่อมาในปี 2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ 77.69 ล้านบาท ส่วนในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,188.47 ล้านบาท และในปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิ 813.64 ล้านบาท

ถือว่าภาพรวมผลการดำเนินงานของ TIPCO ยังมีเสถียรภาพอยู่!

ที่สำคัญ เมื่อไปดูหนี้สินของบริษัทก็ยิ่งหายกังวล  เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 2,749.43 ล้านบาท เมื่อมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 4,329.76 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.64 เท่า ถือว่า บริษัทยังไม่มีหนี้สินเข้ามารบกวน

นอกจากนี้ทางนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 22.90 บาทต่อหุ้น

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายสิทธิลาภ ทรัพย์สาคร 55,000,000 หุ้น     11.40%
  2. น.ส.รวมสิน ทรัพย์สาคร 48,500,000 หุ้น     10.05%
  3. น.ส.ลักษณา ทรัพย์สาคร 32,068,767 หุ้น     6.65%
  4. นางอนุรัตน์ เทียมทัน 30,966,765 หุ้น     6.42%
  5. น.ส.ปิยะรัตน์ ทรัพย์สาคร 30,379,328 หุ้น     6.30%

รายชื่อกรรมการ

  1. น.ส.ลักษณา ทรัพย์สาคร ประธานกรรมการ
  2. นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ
  3. นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการ
  4. นางอนุรัตน์ เทียมทัน กรรมการ
  5. นายสุรเชษฐ์ ทรัพย์สาคร กรรมการ