IFEC เรื่องของ ศรีธนญ(วิ)ชัย

คำสั่งของนายทะเบียนบริษัทมหาชน แห่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ชี้ขาดว่า ไม่ยอมรับจดทะเบียนกรรมการชุดใหม่ของ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ฯ หรือ IFEC เหตุเลือกตั้งด้วยวิธี Cumulative voting ไม่เป็นไปตามข้อบังคับบริษัทและกฎหมาย ย้ำ IFEC ต้องจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นใหม่ เพื่อเลือกตั้งกรรมการ ส่วนกรรมการที่ถูกแต่งตั้งเพิ่มภายหลัง 4 คน และมติของกรรมการชุดปัจจุบัน ถือเป็นโมฆะทั้งหมด


แฉทุกวันทันเกมหุ้น

คำสั่งของนายทะเบียนบริษัทมหาชน แห่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ชี้ขาดว่า ไม่ยอมรับจดทะเบียนกรรมการชุดใหม่ของ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ฯ หรือ IFEC เหตุเลือกตั้งด้วยวิธี Cumulative voting ไม่เป็นไปตามข้อบังคับบริษัทและกฎหมาย ย้ำ IFEC ต้องจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นใหม่ เพื่อเลือกตั้งกรรมการ ส่วนกรรมการที่ถูกแต่งตั้งเพิ่มภายหลัง 4 คน และมติของกรรมการชุดปัจจุบัน ถือเป็นโมฆะทั้งหมด

ช้าเกินจะรอ แต่ก็ดีที่ออกคำวินิจฉัยมาจนได้ ทั้งที่ควรทำได้เร็วกว่านี้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการที่ครบวาระจำนวน 3 คน เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2560 ซึ่ง ผลปรากฏว่า มีกรรมการได้รับเลือกเข้ามาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายธีติพันธ์ เทพผดุงพร, พลตำรวจเอกสุนทร ซ้ายขวัญ และนายปริญญา วิญญรัตน์

คนแรกนั้นว่ากันว่า เป็นบุคคลที่อยู่ในฝั่งของหมอวิชัย หรือ นพ.วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ และอีก 2 คน เป็นฝั่งของนายทวิช เตชะนาวากุล

การได้รับคัดเลือกเป็นยกรรมการของนายธีติพันธ์ นั้น ได้มีการโต้แย้งว่า การเลือกตั้งอาจปิดข้อบังคับของบริษัท ที่มีการใช้ระบบการเลือกตั้งแบบ Cumulative voting เพราะตามหนังสือบริคณห์สนธิของ IFEC มีระเบียบเดิมอยู่แล้วว่าให้ใช้หลัก 1 หุ้นต่อ 1 เสียง

ผลพวงจากมติดังกล่าว ทำให้กรรมการฝั่งของนายทวิช เตชะนาวากุล ที่มีอยู่จำนวน 4 คน ได้ลาออกไป และนพ.วิชัย ได้มีการตั้งกรรมการเข้ามาใหม่จำนวน 4 คน โดยอาศัยข้อกฎหมายที่ระบุในกฎหมายมหาชนว่า หากกรรมการลาออก และกรรมการชุดปัจจุบันเหลือมากกว่าครึ่งหนึ่ง ก็ให้สามารถแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้าไปได้

ทั้งนี้ ในช่วงของการแต่งตั้งกรรมการจำนวน 4 คนใหม่นั้น นายธีติพันธ์ ยังไม่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และทำให้มีการมองกันว่า หากมีการลงมติใดๆ ไปภายใต้กรรมการชุดปัจจุบัน ก็จะเป็นโมฆะทั้งหมดได้ หาก นายธีติพันธ์ ไม่ได้รับการรับรองจากกรมฯ

เป็นที่รู้กันดีว่า หากเกิดกรณีดังกล่าว กรรมการชุดใหม่ IFEC ที่มีการแต่งตั้งเข้ามาเป็นโมฆะ เรื่องต่างๆ ที่บอร์ดชุดดังกล่าวมีมติออกมา ก็ต้องเป็นโมฆะด้วย

แล้วก็เป็นไปตามนั้น แต่ตามประสาของปลาหมอ มีหรือจะไม่ยอม “แถกขี้เลน” ด้วยความดันทุรัง

รู้กันอยู่ว่า หมอวิชัยนั้น เป็นเจ้าของฉายาใหม่ที่มีคนเรียกขานว่า “ศรีธนญ(วิ)ชัย” ไปแล้ว…..55555

ดังนั้นที่มีข่าวพาดหัวของ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” (ที่หมอวิชัยป่าวประกาศในวงในว่า เป็นหนึ่งในขบวนการทำลายล้างหมอวิชัย) ว่า “หมอวิชัย”หงายเงิบ!…. อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป

เหตุผลเพราะ “พี่โอ๊ปสุดหล่อ” หรือ นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กรสำนักงาน ก.ล.ต. ยังกล่าวยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ 2 ข้อ คือ

-หากหมอวิชัยจะ “ดึงเช็ง” ด้วยการหาทางอุทธรณ์คำสั่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็ต้องไปดูว่า กฎหมายมหาชน ให้ทำได้หรือไม่ “ต้องไปดูตรงนั้น”

-หากหมอวิชัยจะยอม “หยวน” นอกจากนี้ จะยินยอมจัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่เมื่อไหร่นั้น ก็ต้องไปดูตามข้อกำหนดในกฎหมายมหาชนด้วยเช่นกัน

คำถามก็คือ ทั้งสองทางเลือกให้ผลลัพธ์ต่างกัน ซึ่งคนที่มีสติและปัญญา ย่อมคาดเดาไม่ยากว่าทางเลือกไหนเสียหายกว่ากัน

ปัญหาของ IFEC ที่เรื้อรังโดยเปิดเผย มานับแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงยามนี้เกือบ 9 เดือน …. ไม่นับก่อนหน้านี้ที่เรื้อรังในที่ลับตามประสา ตอนทับไม่ร้อง….เกิดจากการที่ เรื่องความขัดแย้งที่ทำท่าดูเหมือนจะจบ ให้บรรดาเจ้าหนี้ถอนใจเฮือกใหญ่ มักจะจบไม่ลงตลอดมา เพราะสงครามบอร์ดรูมที่คนซึ่ง “นั่งทับขี้” ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ทั้งที่แอบขายหุ้นในมือไปเกือบหมด ต้องการยื้ออำนาจให้นานที่สุดโดยอาศัยเล่ห์กลทางกฎหมายเท่าที่ฉกฉวยได้เฉพาะหน้ามากระทำการ

ผลลัพธ์คือ ความเสียหายของผู้ถือหุ้นถูกละเลยเพราะหุ้นถูกห้ามการซื้อขายไม่สิ้นสุด แถมยังไม่สามารถส่งงบการเงินงวดสิ้นปี 2559 ที่เชื่อว่าเละเทะได้

นี่ยังไม่นับเรื่องประหลาดเช่น …เรื่องแอบทำข้อตกลง “จะซื้อจะขาย” กิจการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ (MW) ใน จ.ลพบุรี ซึ่งเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าแล้ว ของบริษัท ทรู เอ็นเนอร์ยี่ เพาเวอร์ ลพบุรี จำกัด (TRUE) ซึ่งเดิม เงิน 50 ล้านดังกล่าว หมอวิชัยเคยระบุว่า ได้เอา “เงินส่วนตัว” ไปชำระหนี้ตั๋วบี/อี ของ IFEC ในเดือนธันวาคมนั้น..เอาเข้าจริง มาจากการ “กู้ยืม” ด้วยเงื่อนไขที่เอาทรัพย์สินของ IFEC และบริษัทในเครือ ไปทำข้อตกลง…โดยมีปริศนาว่า ใช้อำนาจอะไรไปกระทำการ

หรืออีกกรณี ที่เอาโรงแรมดาราเทวีมูลค่า 5.0 พันล้านไปค้ำประกันหนี้ตั๋วบี/อี มูลค่าไม่ถึง 100 ล้านบาท…. ไม่บ้าก็อัจฉริยะเกินคาดคิด

ภาษิตเก่าแก่มีว่า สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร… กรณีของ IFEC จึงใช้เทียบกันได้ แค่หงายเงิบครั้งเดียว คงไม่ถึงกับทำให้ ศรีธนญ(วิ)ชัย โยนผ้าขาวยอมแพ้แน่นอน

ปลาหมอไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ถ้าหากเหงือกไม่แห้งจนหมดฤทธิ์

พูดอย่างนี้… คงไม่ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมจาก ศรีธนญ(วิ)ชัย ว่า…ขบวนการทำลายล้างหมอวิชัย ได้เวลาอาละวาดระลอกใหม่….

ไม่เช่นนั้น ก.ล.ต. และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ก็คงเป็นส่วนนี้ด้วย

อิ อิ อิ

Back to top button