IEC ใต้ “กับดัก ดร.นิเวศน์” ??!!

นักลงทุนตลาดไทยคนไหนไม่รู้จัก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราการ อย่าเรียกตนเองว่าเป็นนักลงทุนวีไอ

แฉทุกวันทันเกมหุ้น

นักลงทุนตลาดไทยคนไหนไม่รู้จัก ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวราการ อย่าเรียกตนเองว่าเป็นนักลงทุนวีไอ 

ชื่อเสียงของ ดร.นิเวศน์ยามนี้ที่ขึ้นหิ้งไปแล้ว ทำให้ตำนานของดร.นิเวศน์ที่เข้าซื้อหุ้นราคาถูกๆ ที่ขาดทุน และราคาติดพื้น ก่อนจะมาทำกำไรมหาศาลในหลายปีต่อมา … ลืมไปว่ารายละเอียดของการลงทุน ดร.นิเวศน์นั้นมีมากมาย ที่พูดซ้ำแล้วซ้ำอีก… มีมากกว่าซื้อหุ้นราคาต่ำๆ ติดพื้นอย่างเดียว

ผลลัพธ์คือ เกิดเป็นเรื่องเล่าว่าด้วย “กับดัก ดร.นิเวศน์” กันต่อๆ มา…. ทั้งความจริงแล้ว มันคือ “กับดักหุ้นราคาต่ำ” มากกว่า

พ่อมดการเงินที่อยู่เบื้องหลังเกมหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ขาดทุนบานเบอะจำนวนมาก รู้เล่ห์เพทุบายนี้ดี จึงขานรับดีมานด์นี้เต็มที่ 

กรณีบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)หรือ IEC เพิ่มทุนมหาศาลในราคาเศษสตางค์ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นแค่หนึ่งในตัวอย่างเกมกับดักหุ้นราคาต่ำชัดเจน

บริษัทซึ่งยังหาค่าพี/อีไม่ได้ และผ่านการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นใหญ่มาไม่น้อยกว่า 5 กลุ่มก่อนมาถึงกลุ่มนายภูษณ ปรีย์มาโนช ในปัจจุบัน …. และผ่านนวัตกรรมทางการเงินมาหลายรูปแบบ ยังคงงมโข่งกับการหารายได้เพื่อพลิกฟื้นความรุ่งเรืองให้สมกับเป็นบริษัทตราครุฑ …อันเป็นอดีตที่ไม่หวนคืน

ล่าสุด IEC โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม มีมติอนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีกครั้ง (..อย่าจดจำเลยว่าครั้งที่เท่าใด…) จำนวน 203,591,502,350 หุ้น พาร์หุ้นละ 0.01 บาท เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ที่ราคาหุ้นใกล้เคียงพาร์ หุ้นละ 0.0125 บาท กำหนดวันจองซื้อและชำระค่าหุ้นวันที่ 23-29 พ.ย. 60

การเพิ่มทุนครั้งนี้ คาดส่าหากขายหุ้นได้หมดจะได้เงินสดเข้ากิจการ 2,544 ล้านบาท กระทำหลังจากที่มีมติลดทุนจดทะเบียนส่วนที่ยังไม่ได้จำหน่าย หลังจากให้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 4,476.58 ล้านบาท จากเดิมที่ 2,440.66 ล้านบาท ด้วยออกหุ้นใหม่เสนอขาย RO ดังกล่าว

เหตุผลของการเพิ่มทุน ทั้งที่มีส่วนผู้ถือหุ้นเดิมเหลืออยู่ไม่ธรรมดาเมื่อสิ้นงวดไตรมาสแรก(งบไตรมาสสองของปีนี้ยังไม่ออกมาเพราะโรคเลื่อน) ที่ประมาณ 3,685 ล้านบาทเศษ คือ “…ใช้รองรับการขยายงานในธุรกิจพลังงาน..” นับแต่ 1) ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 201 ล้านบาท 2) ส่วนที่เหลือ 2,343 ล้านบาท จะใช้สำหรับ 2.1) โรงงานรีไซเคิลผลิตเม็ดพลาสติก (Plastic Recycling Business Unit) เพื่อสะสางหนี้ค้างชำระและภาระผูกพันทางการเงิน 20 ล้านบาท และปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อยกระดับการผลิต 40 ล้านบาท 2.2) ใช้เป็นทุนสำรองประมูลโครงการ (BG) 20 ล้านบาทใน ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ 2.3) ใช้สำหรับบริษัท จีเดค จำกัด สำหรับโรงงานกำจัดขยะและแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า 2.4) การเตรียมเงินสด รวมถึงแผนจะเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวล จังหวัดสุพรรณบุรี ขนาดกาลังการผลิต 9 MW

สรุปก็คือ เงินที่มีอยู่ไม่พอ การขยายลงทุนใหม่ต้องกดเอาเงินจากผู้ถือหุ้นที่ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่แล้ว…ง่ายดี

คำถามคือ กระแสขายหุ้นเพิ่มทุนในราคาติดพื้นอย่างนี้ นักลงทุนโดยทั่วไปรู้หรือไม่กับเกม “กับดักหุ้นราคาต่ำ” นี้

คำตอบคือ1) รู้ แต่ไม่สนใจเพราะชอบเล่นเกมนี้ 2) ตกกระไดพลอยโจนจากการเพิ่มครั้งก่อนๆ หน้า 3) ไม่รู้ เพราะไร้เดียงสา เห็นหุ้นถูก เลยคิดตามรอย ดร.นิเวศน์ในอดีต..เผื่อฟลุ๊ค

กรณีของ IEC นี้ ไม่ได้มีรายเดียวในปีนี้ ยังมีตัวอย่างทำนองเดียวกันอีกหลายรายที่มาตะเภาเดียวกัน (ดูตารางประกอบ)

เสน่ห์ของหุ้นราคาต่ำอยู่ที่ไหน … มีคนเคยให้คำตอบว่าเกิดจาก 4 มายาคติ คือ

– การซื้อหุ้นราคาถูกจะได้หุ้นจำนวนมากกว่าราคาแพง ซึ่งหมายถึงกำไรเยอะกว่าหุ้นราคาสูง ถ้าราคาหุ้นขยับขึ้นในอนาคต …. ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงมันไม่ได้บอกอะไรเลย เพราะหากผลประกอบการไม่เอื้อก็ไร้ค่า

– การซื้อหุ้นถูกๆ จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำกว่าในระยะเวลาสั้นๆ เพราะสามารถเปิดช่องขาใหญ่ทำราคาได้ง่ายกว่าหุ้นที่มีราคาแพง…ลืมไปว่าราคาหุ้นนั้นจะไปไม่เกินมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท

– ราคาหุ้นมีจุดต่ำสุด ไม่มีทางต่ำถึง 0.00 บาท เพราะ “สสารไม่หายไปไหน”… ลืมคิดไปว่า หากถูกแขวนป้าย ห้ามซื้อขาย ก็สูญเปล่า

– การซื้อของราคาถูกสุด มีโอกาสเป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์ พลิกฟื้นกลับตัวสร้างผลกำไรในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม … ลืมไปว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดต่อเมื่อผู้บริหารเอาจริง ไม่ได้คิดเรื่องปั่นราคาหุ้นเป็นหลักผ่านสตอรี่เฮงๆ ซวยๆ แบบขายฝัน

กรณีของ IEC และหุ้นราคาต่ำติดพื้นพร้อมกับการเพิ่มทุนมโหฬารด้วยสตอรี่ประหลาด ที่มองเห็นหน้าผู้ถือหุ้นเป็น “ตู้ATM” อย่างนี้ อย่าถาม ดร.นิเวศน์ก็แล้วกัน

ถามไปก็คงไม่มีคำตอบ เพราะในโลกนี้ ไม่เคยและไม่มี “กับดัก ดร.นิเวศน์”

อิ อิ อิ