TMILL หมดรอบ!

หากพลิกปูมประวัติความเป็นมาของ TMILL แบบละเอียดยิบตั้งแต่ปี 56-59 จะพบว่า หุ้นตัวนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักลงทุนสักเท่าไหร่ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขผลประกอบการค่อนทรงตัว ไม่มีการเติบโตแบบมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การเข้าลงทุนในแต่ละรอบเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ จนเป็นชนวนเหตุให้นักลงทุนเบนหน้าไปหาหุ้นตัวอื่นเป็นการทดแทน

ตีแผ่บจ.ดัง

คุณบุญพร จากบางนา กรุงเทพฯ พูดถึงสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างดีผิดหูผิดตา แต่ทำไมหุ้นบางตัวกลับไม่ตอบรับบรรยากาศดังกล่าวสักเท่าไหร่? โดยหุ้นตัวที่ดิฉันสนใจมากที่สุดก็คือ TMILL หรือ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หากนับตั้งแต่ปลายเดือน สิงหาคม ต่อเนื่องถึงเดือน กันยายน ราคาหุ้นมีแต่ทรุดตัวลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นภาพที่บอกให้ทุกคนรู้ว่า รายย่อยเจ็บตัวถ้วนหน้า จึงอยากให้อาจารย์ช่วยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทรุดตัวลงของหุ้นตัวนี้อีกสักครั้ง เพราะอาจารย์มักทำให้นักลงทุนได้คิดด้านดีและด้านลบควบคู่กันไปนะคะ

 

หากพลิกปูมประวัติความเป็นมาของ TMILL หรือ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) แบบละเอียดยิบตั้งแต่ปี 56-59 จะพบว่า หุ้นตัวนี้ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักลงทุนสักเท่าไหร่ ซึ่งเป็นผลมาจากตัวเลขผลประกอบการค่อนทรงตัว ไม่มีการเติบโตแบบมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การเข้าลงทุนในแต่ละรอบเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ จนเป็นชนวนเหตุให้นักลงทุนเบนหน้าไปหาหุ้นตัวอื่นเป็นการทดแทน

เมื่อการทำธุรกิจไม่มีอะไรหวือหวา บวกกับตัวผู้บริหารไม่ค่อยอยากเป็นข่าว ย่อมเป็นตัวแปรที่ทำให้นักลงทุน หรือนักวิเคราะห์มองหุ้นตัวนี้เป็นเพียงหุ้นเก็งกำไรสั้นๆ ไม่มีความจำเป็นต้องถือลงทุนระยะยาวนะครับ

เนื่องจากผลตอบแทนที่ได้รับในรูปเงินปันผลในช่วงที่ราคาหุ้นถีบตัวขึ้นแรงไม่คุ้มค่ากับการลงทุน และเมื่อย้อนกลับไปดูในช่วงที่ราคาหุ้นนิ่งๆ บริเวณ 2.50-3.00 บาท ย่อมเป็นแรงจูงใจที่ทำให้นักเล่นช้อนซื้อหุ้นเพื่อรอรับเงินปันผลในอัตราร้อยละ 2.40-2.90 มากกว่าเห็นๆ

ตรงจุดนี้ชี้ให้เห็นว่า หากราคาหุ้นไต่เพดานขึ้นไปถึง 4-5 บาทย่อมเป็นจุดเทขายทำกำไรมากกว่าทนถือหุ้นต่อไปเรื่อยๆ เพราะตัวเลขกำไรในปีถัดไปคงไม่เติบโตก้าวกระโดดเหมือนเช่นในปัจจุบันนั่นเอง!

เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้อาจารย์ประเมินสาเหตุที่ทำให้ TMILL อ่อนตัวลงสวนทิศทางกับภาวะตลาดหุ้นได้ง่ายขึ้น เพราะหุ้นตัวนี้มีลักษณะ “ซื้อง่าย ขายยาก” ส่งผลให้นักเล่นส่วนใหญ่ถึงเทขายหุ้นออกมาก่อน และกำลังทยอยเทขายหุ้นออกไปเรื่อยๆ หลังไม่มีสตอรี่ใหม่ๆ เข้ามาสร้างความเชื่อมั่นเพิ่มเติม

ประเด็นดังกล่าวทำให้อาจารย์รู้สึกไม่ค่อยดีกับหุ้น TMILL สักเท่าไหร่?

เนื่องจากหุ้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งที่ปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างแข็งแกร่ง มันทำให้อาจารย์อยากหันไปมองหุ้นตัวอื่นเป็นการทดแทน และเมื่อพิจารณาจากความยากลำบากในการเล่น และผู้บริหารไม่ค่อยส่งข่าวสารถึงรายย่อย แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะเล่นหุ้น TMILL ต่อไปหละครับ

ที่สำคัญคือหุ้นกำลังโค้งตัวลงเรื่อยๆ น่าจะเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า “หมดรอบ” อาจารย์ถึงมองไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมานั่งลุ้นหุ้นที่เข้าถึงข้อมูลลำบาก!

กราฟประกอบคอลัมน์ : Aspen, ราคาปิด ณ วันที่ 12 ต.ค.60