หุ้นซุ่มเงียบ..แต่แรงจัด

แม้เดือนหน้าจะเป็นช่วงของการขายทำกำไรเป็นประจำทุกปี แต่ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังไม่มีอะไรน่ากังวลขั้นสุด


แม้เดือนหน้าจะเป็นช่วงของการขายทำกำไรเป็นประจำทุกปี แต่ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยยังไม่มีอะไรน่ากังวลขั้นสุด เพราะหลายคนยังเชื่อว่า บริษัทจดทะเบียนยังทำผลงานไตรมาส 1 ปี 69 ออกมาดี หรือแย่สุดกำไรคงลดลงไม่มาก เพราะปัญหาสงครามส่งผลเต็ม ๆ ในเดือน มี.ค. พร้อมกับประเมินกันว่า ในเดือน เม.ย. เศรษฐกิจไทยมีโอกาสสะดุด แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า ราคาน้ำมันทั้งในประเทศและต่างประเทศเริ่มลดลงต่อเนื่อง แถมบรรยากาศสงกรานต์ก็ยังมีความคึกคักนะจ๊ะ

ที่น่าสนใจตรงรัฐบาลเสี่ยหนูภายใต้แม่ทัพเศรษฐกิจอย่าง “เอกนิติ” ก็งัดมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน พร้อมกับอัดแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจได้พอเหมาะพอเจาะ ส่งผลให้สถานการณ์หลายอย่างทรงตัว และมีโอกาสฟื้นตัวในอนาคต “โมนิก้า” ถึงเห็นด้วยที่ดัชนีเด้งกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,479.13 จุด บวกไป 23.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.72 หมื่นล้านบาทไงล่ะคะ

ก่อนที่ทุกอย่างจะมีความชัดเจนในเดือน พ.ค. “โมนิก้า” ขอพาแฟนคลับย้อนกลับไปดูหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ถูกจริง ๆ  ซึ่งเที่ยวนี้นำโดยหุ้นโรงหมออย่าง WPH เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 5.60 บาท เป็นระดับเดียวกับราคาหุ้นในเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และถ้าดูจากการเทรดบนค่า PE 11 เท่า โดยผลงานปี 69 มีแนวโน้มดีขึ้นแบบนี้..เดี๊ยนเลยเชื่อว่า หุ้นมีโอกาสเด้งกลับขึ้นไปแถว 8 บาท เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. นะนายจ๋า

เช่นเดียวกับในรายของหุ้นน้ำมันปาล์ม UVAN ที่วันนี้ยืนปิดในระดับ 14.70 บาท ก็เป็นะดับเดียวกับในช่วงที่เกิดสงคราม แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นไปทำไฮที่บริเวณ 17.80 บาท ก่อนจะโรยตัวลงมาจนถึงปัจจุบัน พร้อมกับโชว์ตัวเลขผลตอบแทนจากเงินปันผลขึ้นไปที่ระดับ 8% แบบนี้..อีฉันย่อมมองเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบหุ้นพื้นฐาน และมีปันผลสม่ำเสมอ (4 ปีที่ผ่านมาปันผลในระดับ 8-12%) นะจะบอกให้

ส่วนรายที่ไปต่อไม่รอใครอย่าง TEAM อีฉันถือเป็นช็อตของการเกาะกระแสหุ้นเทคฯ ผนวกกับผลงานในช่วงที่ผ่านมาก็ทำได้ดี แถมยังมีเงินปันผลติดปลายน่วมปีละ 5% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันนี้หุ้นจะขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 3.80 บาท เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูในช่วงที่ปลายเดือน ก.พ. หุ้นก็ยืนนิ่ง ๆ อยู่ที่ระดับ 2.60 บาทพักใหญ่ วันนี้เลยมีคำถามตามหลังมาว่า หุ้นที่เทรด PE 12 เท่า..น่าเล่นไหมจ๊ะ

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น TEAMG เพื่อชี้ให้เห็นว่า ของดียังไงก็เป็นของดีวันยันค่ำ เพราะภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ กำไรในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาโตตลอด อีฉันถึงมองการยืนปิดที่ระดับ 2.98 บาท บวกไป 0.12 บาท หรือขึ้นไป 4.20% ท่ามกลางค่า PE 11 เท่าเป็นจุดที่เหมาะต่อการซื้อหุ้นลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ผนวกกับเป็นหุ้นที่ได้รับผลดีจากโครงการเมกะโปรเจกต์แบบนี้..รออะไรอีกล่ะคะ

อีกรายที่ทำผลงานเจ๋งเหลือเกิน และเป็นหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น MBK เพื่อชี้ให้เห็นตอนนั้นมีค่าตัวอยู่แค่ระดับ 5 บาท แต่มาถึงวันนี้ราคาหุ้นขึ้นมายืนอยู่ที่ 16.90 บาท แถมเป็นการเทรดบนค่า PE 8 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ที่ระดับ 6% แบบนี้..อีฉันถึงอยากให้นักลงทุนประเมินด้วยตัวเองว่า หุ้นลักษณะนี้น่าเก็บเข้าพอร์ตไหมจ๊ะ

สำหรับในรายของ TGE ถือเป็นหุ้นนอกสายตาที่นักวิเคราะห์บางรายเริ่มพูดถึงอีกครั้ง และตัวชูโรงที่ทำให้บางคนหันมามองก็คือธุรกิจยางที่กลับมาช่วยหนุนกำไรอีกครั้ง ผนวกกับมีความเป็นไปได้ที่จะได้โรงไฟฟ้าขยะเข้ามาอยู่ในพอร์ตอีก 1 โรง “โมนิก้า” จึงอยากให้นักลงทุนที่เน้นลงทุนระยะยาว ลองพิจารณาความเป็นไปได้ของสตอรี่ดังกล่าว ต่อจากนั้นค่อยประเมินการยืนปิดที่ระดับ 1.16 บาท น่าสนใจไหมเอ่ย?

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button