เซ็ตเกมใหม่!

*หากสำรวจดูอาการของตลาดหุ้นไทยไปทีละช็อตจะเห็นว่า การขึ้นลงในแต่ละสัปดาห์ยังไม่มีอะไรเป็นจุดเปลี่ยน เพราะนักลงทุนสถาบันชอบสาดหุ้นตอนขึ้นมาแรงๆ ส่วนบรรดาแมงเม่ายังคงเล่นหุ้นแบบติ๊ดชึ่ง ส่งผลให้ทุกอย่างยังดูวนไปวนมา ไม่มีอะไรต้องคิดนอกกรอบ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ สำหรับการเล่นหุ้นแบบเคาะสั้นๆ ไงล่ะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หากสำรวจดูอาการของตลาดหุ้นไทยไปทีละช็อตจะเห็นว่า การขึ้นลงในแต่ละสัปดาห์ยังไม่มีอะไรเป็นจุดเปลี่ยน เพราะนักลงทุนสถาบันชอบสาดหุ้นตอนขึ้นมาแรงๆ ส่วนบรรดาแมงเม่ายังคงเล่นหุ้นแบบติ๊ดชึ่ง ส่งผลให้ทุกอย่างยังดูวนไปวนมา ไม่มีอะไรต้องคิดนอกกรอบ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยจริงๆ สำหรับการเล่นหุ้นแบบเคาะสั้นๆ ไงล่ะคะ

*ยกเว้นพวกที่ชอบลงทุนยาวจริงๆ “โมนิก้า” มองเป็นช็อตของการทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ตเมื่ออ่อนตัวลงมา เพราะแวลูของหุ้นหลายตัวเมื่อเทียบกับในอนาคต น่าจะสูงกว่าที่เป็นอยู่มากถึงเท่าตัว เดี๊ยนถึงมองการเล่นหุ้นอีก 3 เดือนข้างหน้ายังไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นกว่าที่ผ่านมา เพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่แจ๋วจริงๆ เหมือนพวกนกแก้วนกขุนทองส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ในขณะนี้น่ะซี

*เมื่อสภาพหลายอย่างยังไม่มีอะไรให้อุ่นใจ ดัชนีก็เลยแกว่งไปแกว่งมาตลอดเวลา โดยมีตัวแปรอยู่ที่บริเวณ 1,800 จุด และถ้ามองให้ลึกลงไปอีกจะเห็นภาพการขึ้นของดัชนีอย่างร้อนแรงในช่วงต้น ต่อจากนั้นจะเริ่มอืดๆ เมื่อไต่ขึ้นไปถึงบริเวณ 1,830 จุด ก่อนจะม้วนหัวลงมายืนที่ระดับ 1,760 จุดแบบไม่ทันตั้งตัว หลังจากนั้นจะเป็นจังหวะของการเซ็ตเกมใหม่นะจะบอกให้

*วันนี้ถึงไม่มีความจำเป็นต้องถามถึงเหตุผลที่ทำให้ดัชนียืนปิดที่ 1,801.10 จุด บวกไป 6.89 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4.17 หมื่นล้านบาท เพราะทั้งหมดมันเป็นผลพวงจากเหตุการณ์ที่ “โมนิก้า” เล่าให้ฟังตั้งแต่จั่วหัวเริ่มแรก เมื่อจับทางการลงทุนได้คร่าวๆ แบบนี้ ก็คงเข้าใจสาเหตุที่ทำให้หุ้นบลูชิพบางตัวยังมีอาการอืดเป็นเรือเกลือ หรือบางตัวเริ่มเกิดอาการดาวโรยอย่างต่อเนื่องนะจ๊ะ

*เหมือนกับในรายของ KBANK หลังจากทำราคาสูงสุดไว้ที่บริเวณ 245 บาทตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ หลังจากนั้นก็ไม่เคยขึ้นไปเหยียบราคาดังกล่าวได้อีกเลย ล่าสุดเห็นหุ้นยืนปิดที่ระดับ 222 บาท บวกไป 1 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 590 ล้านบาท “โมนิก้า” บอกได้ทันทีเหมือนกันว่า สองเดือนกว่าหุ้นวนเวียนไปมาในกรอบ 220-234 บาท จึงต้องถามผู้เล่นว่า วันนี้ใช่โอกาสของการเล่นรอบไหมคะ

*ส่วนในรายของหุ้นบัตรเครดิตพิมพ์นิยม KTC ยังคงเป็นหุ้นฮอตของนักเล่นสถาบันไม่เสื่อมคลาย ราคาหุ้นถึงเด้งขึ้นจากระดับ 230 บาทแบบช้าๆ ก่อนวานนี้จะมาปิดที่ 293 บาท บวกไป 15 บาท หรือขึ้นไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 923 ล้านบาท ยังคงเป็นช็อตที่ต้องลุ้นระทึกไม่ใช่น้อย เพราะเที่ยวก่อนก็ขึ้นมาแถว 297 บาทอย่างแข็งแกร่ง สุดท้ายถูกทุบลงมาแบบไม่ปรานีปราศรัย น้องโมถึงพูดได้ทันทีว่า ห้ามกะพริบตาจ้า!

*ผิดคาดอย่างไม่น่าเชื่อ จนถึงขนาดทำให้ “โมนิก้า” ต้องขยี้ตาอย่างแรง คงเป็นการขึ้นของหุ้นน้องใหม่ CMAN กระชากขึ้นมาปิดที่ 4.56 บาท บวกไป 0.34 บาท หรือขึ้นไป 8% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 687 ล้านบาท เดี๊ยนมองเป็นช็อตที่ทำให้ขาลุยกระโจนใส่มือเป็นระวิงกันเลยทีเดียว แต่ถ้ามองในมุมหนึ่งที่ทำให้หุ้นร่วงลง 3 วันติด ก็ต้องระวังพวกกองทุนตัวแสบสาดใส่ไว้บ้างนะตัวเอง

*เช่นเดียวกับในรายของ BEC ตอนนี้กำลังย่ำฐานบริเวณ 13 บาทให้แน่นกว่าเดิม หุ้นถึงเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ ในรูป w-shape บริเวณดังกล่าวเป็นเวลานาน ล่าสุดเห็นหุ้นยืนปิดที่ 13.40 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 556 ล้านบาท “โมนิก้า” รู้ได้ทันทีว่า หุ้นเตรียมทะยานขึ้นต่ออย่างแน่นอน แต่ต้องสะสมแรงซื้ออีกนิดหนึ่ง ถึงจะยกฐานใหม่ที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างมั่นคง..สำเร็จหรือไม่? อยู่ที่วันนี้มีแรงซื้อเข้ามาเยอะขนาดไหนนะจ๊ะ

*ส่วนรายที่ปั่นป่วนหนักเกินจะเยียวยาอย่าง HANA ยังคงเป็นช็อตอันตรายสำหรับคนที่ “คิดช้า ทำช้า” เพราะหุ้นรูดลงชนิดไม่มีวี่แววจะเด้งกลับขึ้นมาได้เลย แถมการลงเที่ยวนี้เป็นการลงยาวตั้งแต่ปลายปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2561 ซึ่งตอนนั้นหุ้นยืนที่บริเวณ 52 บาท ขณะที่วานนี้หุ้นยืนปิดที่ระดับ 32.25 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 3% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 209 ล้านบาท มันน่ากลัวสุดๆ นะจะบอกให้

*สำหรับรายที่เผลอเป็นไม่ได้ “โมนิก้า” ขอโฟกัสไปยังหุ้น TOA ราคาหุ้นไต่ระดับขึ้นอย่างร้อนแรงบางวัน ขณะที่บางวันก็ถูกเทขายหนักเช่นกัน แต่ภาพใหญ่ของหุ้นยังเป็นลักษณะไซด์เวย์อัพ วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนอยู่ที่ระดับ 38 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 4.80% ด้วยมูลค่า 340 ล้านบาท พร้อมกับทำราคาสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นแบบนี้..วันนี้มีเฮแน่นอนเจ้าค่ะ

*อีกหนึ่งช็อตเด็ดที่อยากให้แมงเม่าจับตาดูดีๆ “โมนิก้า” คงโฟกัสไปยังหุ้น TRC หลังทะยานขึ้นมาปิดที่ 0.87 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 6.10% ด้วยวอลุ่มเบาๆ มันเป็นจังหวะของการเริ่มเก็บของเพื่อรอข่าวดีชิ้นใหม่ บวกกับกูรูตลาดหุ้นให้ราคาพื้นฐานสูงถึง 1.15 บาท เมื่อรวมกับสตอรี่ที่ยังไม่ถูกเปิดออกมาอย่างเป็นทางการ เดี๊ยนถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยนะคะ

*ปล. เสี่ยงเหลือเกินสำหรับการชักเข้า-ออกประเด็น “แตกพาร์” ของหุ้นมีฮิสตอรี่อย่าง WP ซึ่งงานนี้สาวมั่นหน้าอย่าง “โมนิก้า” รู้สึกได้ถึงกลิ่นตุๆ อย่างไรชอบกล เนื่องจากการยอมเอาชื่อเสียงและความเชื่อมั่นมาเป็นตัวประกันถึงขั้นแปดเปื้อน ส่งผลให้ต่อมฮอร์โมนกระจิริดของเดี๊ยนถูกกระตุ้นขึ้นมาโดยฉับพลัน พร้อมกับขอตั้งข้อสังเกตว่างานนี้บริษัทอาจมีความจำเป็นชนิดคอขาดบาดตายถึงขั้นต้องยอมเอาความไว้วางใจมาทำเป็นเรื่องเล่นๆ เดี๊ยนบอกตามตรงว่ามี Something Wrong! หลังจากนี้คงต้องมาสืบสาวราวเรื่องกันต่อไป โดยเรื่องนี้จะต้องกระจ่างในอีกไม่ช้านะเจ้าคะ จุ๊บ จุ๊บ