SABINA พุ่งกระฉูด12% นิวไฮตั้งแต่เข้าตลาดฯ ลุ้น Q2 กำไรโตต่อเนื่อง-ปักธงรายได้ปีนี้โต15%

SABINA พุ่งกระฉูด12% นิวไฮตั้งแต่เข้าตลาดฯ ลุ้น Q2 กำไรโตต่อเนื่อง-ปักธงรายได้ปีนี้โต15% โดย ณ เวลา 15.04 น. อยู่ที่ระดับ 30.75 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 11.82% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 11.22 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA  ณ เวลา 15.04 น. อยู่ที่ระดับ 30.75 บาท บวก 3.25 บาท หรือ 11.82% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 11.22 ล้านบาท  ราคาหุ้นทำนิวไฮตั้งแต่เข้าตลาดเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2551

นายบุญชัย ปัณฑุรอัมพร กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า  บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโต 15% เป็นไปตามการเติบโตของทุกช่องทางการจำหน่ายของ 4 ส่วนหลัก ได้แก่ การจำหน่ายชุดชั้นในแบรนด์ซาบีน่าผ่านช่องทางรีเทลทั้งเคาน์เตอร์และซาบีน่าช็อปในห้างสรรพสินค้า โดยคาดว่ายอดขายปีนี้จะเติบโต 7%, การจำหน่ายผ่าน นอน สโตร์ รีเทลลิ่ง (Non Store Retailing) ที่เน้นช่องทางออนไลน์ คาดว่าจะเติบโต 150% และการส่งออกชุดชั้นในแบรนด์ซาบีน่าไปยังประเทศต่างๆ ที่คาดจะเติบโต 26% รวมถึงการรับจ้างผลิตเพื่อการส่งออก (OEM) ที่คาดจะเติบโต 35%

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนยอดขายและรายได้มาจากแบรนด์ประมาณ 88%, OEM 10% และแบรนด์เพื่อการส่งออก 2%

ทั้งนี้ ผลการดำเนินในไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายมีการเติบโตได้ดี และเชื่อว่าแนวโน้มในไตรมาสที่ 2/61 ยอดขายน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับอานิสงส์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ทำให้รายได้จากการส่งออกของแบรนด์ และ OEM เพื่อการส่งออกดีขึ้น ซึ่งออเดอร์จากการ OEM มีรองรับไปจนถึงสิ้นปี ประกอบกับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ เตรียมออกแคมเปญโฆษณาใหม่และสินค้าใหม่เพิ่มเติมอีกเพื่อกระตุ้นยอดขายให้เติบโตมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้ากำลังการผลิตปี 61 จะเพิ่มขึ้นมาที่ 1.09 ล้านชิ้น/เดือน จากไตรมาส 1/61 สามารถทำได้แล้ว 1.02 ล้านชิ้น/เดือน จากสิ้นปี 60 เฉลี่ยอยู่ที่ 8.10 แสนชิ้น/เดือน และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนพนักงานการผลิตชุดชั้นในปีนี้เป็น 1.8 พันคน จากไตรมาสแรกอยู่ที่ 1.6 พันคนแล้ว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ที่ 1.5 พันคน เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้

นายบุญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทตั้งงบลงทุนด้านการตลาดในปีนี้ไว้ที่ 100 ล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังนี้จะมีการออกโฆษณาตัวใหม่เพิ่มอีกจำนวน 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นยอดขายก่อนสิ้นปี ขณะที่แผนการขยายสาขา บริษัทฯ ยังคงรักษาจำนวนสาขาไว้ที่ 600 สาขาเท่าเดิม โดยจะหันมามุ่งเน้นการขายผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะเจาะกลุ่มลูกค้าประจำ และขายสินค้าขนาดฟรีไซต์ หรือสินค้าที่ไม่ต้องรองเป็นหลัก ทำให้ส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้น

สำหรับไตรมาส 1/61 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 79.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2560 เป็นจำนวน 28.38 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 55.64% ทำให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 11.51% โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 686.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2560 เท่ากับ 107.87 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 18.66% รายได้จากการขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทย่อยเท่ากับ 611.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2560 เท่ากับ 86.83 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 16.54% สำหรับรายได้จากการขายสินค้า OEM เท่ากับ 74.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2560 เท่ากับ 23.56 ล้านบาทคิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 46.54%

 

คำค้น