สังคมข่าวหุ้น

ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดตลาด “พี่ SET” ต้องเผชิญหน้ากับแรงขายสาดกระจุยไม่มียั้ง โดนทั้งหุ้นบลูชิพและหุ้นที่งบออกมาต่ำกว่าคาดกระหน่ำกดดัน ยังดีที่เมื่อวานหุ้นพลังงานโดยเฉพาะ “พี่ปอ” ทั้ง PTT-PTTEP ยืนแข็งไว้ได้ ไม่งั้นกระชากหุ้นไทยให้ดิ่งลงยิ่งกว่านี้อีก

นิวส์เวฟ

* ตลาดหุ้นไทยล่าสุดปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,750.62 จุด ปรับลดลง 16.24 จุด พ่วงด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 6.7 หมื่นล้านบาท

* ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดตลาด “พี่ SET” ต้องเผชิญหน้ากับแรงขายสาดกระจุยไม่มียั้ง โดนทั้งหุ้นบลูชิพและหุ้นที่งบออกมาต่ำกว่าคาดกระหน่ำกดดัน ยังดีที่เมื่อวานหุ้นพลังงานโดยเฉพาะ “พี่ปอ” ทั้ง PTT-PTTEP ยืนแข็งไว้ได้ ไม่งั้นกระชากหุ้นไทยให้ดิ่งลงยิ่งกว่านี้อีก

* ตามที่เคยบอกนักลงทุนระยะหลังเสมอมาว่า ช่วงนี้หุ้นที่มีความ “เซนซิทีฟ” ต่อภาวะตลาดหุ้นไทย ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และถึงแม้หุ้นบางตัวจะดิ่งลงไปลึกมากแล้ว (จนเหมือนของถูก) แต่ด้วยแรงขายที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ ก็มีสิทธิฉุดให้หุ้นถอยลงไปต่ออีกรอบเช่นกัน

* ยกตัวอย่างเช่น หุ้น BEAUTY ซึ่งเคยบอกไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่า แรงขายยังคงไม่สะเด็ดน้ำ ขนาดสัปดาห์ที่แล้วหุ้นลบแถว 21.50 บาท ซึ่ง ณ จุดนั้นหลายคนมองว่า เข้าเก็บได้แล้ว ปรากฏว่า เมื่อวานนี้วูบลงไปอีก 6.7% เหลือแค่ 19.40 บาท เท่ากับต่ำกว่าเดิมเสียอีก ย้ำว่าเชิงพื้นฐานเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร และทุกคนก็คงเห็นงบที่ประกาศออกมาโตดีเสมอ

* แต่ด้วยความที่ BEAUTY เป็นหุ้นที่อ่อนไหวต่อภาวะตลาดมาก ยามบวกแรงก็ไปสุดตัว แต่ยามลงแรงก็ดิ่งไม่มียั้งเหมือนกัน บวกกับช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้เคยเพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญ จึงไม่น่าแปลกใจที่หุ้นมักจะโดนขายลดความเสี่ยงก่อนใครเพื่อน หรือ บางคนที่มีกำไรแล้วก็ขายทันทีแบบไม่ต้องยั้งมือ หากแนวรับแถว 19 บาทยังเอาไม่อยู่คราวนี้มีสิทธิไหลลงลึกต่ออีกแน่ ใครที่เล็งเข้าเก็บก็ขอให้มีวินัยลงทุนและใช้ความระมัดระวังให้ดี

* หุ้น SAWAD เป็นอีกรายเช่นกันที่ดูท่าทางแรงขายยังไม่สะเด็ดน้ำแน่ แม้เมื่อวานหุ้นจะถอยลงไปจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ที่ระดับ 33.25 บาท และถ้านับตั้งแต่ต้นปีนี้ไปจนถึงล่าสุดเมื่อวานเท่ากับหุ้นลดลงไปแล้วกว่า 50% แน่นอนเข้าเขต “โอเวอร์โซล” ไปไม่รู้ตั้งนานเท่าไหร่แล้ว แต่หุ้นก็ยังคงเต็มไปด้วยแรงขายมหาศาลกดดัน

* ตอนนี้ SAWAD มีมุมแตกต่างกับหุ้นตัวอื่นที่เมื่อราคาลงมาลึกไปจนถึงจุดจุดหนึ่ง เราจะได้เห็นแรงซื้อกลับเข้ามาเก็บหุ้น เพราะในเชิงพื้นฐานยังค้ำราคาไว้ได้ พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ ถ้าเป็นหุ้นที่งบยังดี กำไรปีนี้ยังมีโอกาสโต แต่หุ้นร่วงมาเพราะภาวะตลาดดิ่งหนักหรือเจอปัจจัยลบระยะสั้น แต่เคสของ SAWAD นี่กลับโดนกระหน่ำไปถึง 2 ขา ขาแรกภาวะตลาดไทยที่กำลังผันผวน ทำให้หุ้นตัวไหนมีปัจจัยลบต้องขายลดความเสี่ยงไปก่อน ขาสองจากประเด็นเรื่องผลการดำเนินงานบริษัทที่ประกาศงบไตรมาสแรกออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้

* แนวโน้มไตรมาส 2 นี่ก็อาจยังไม่ได้เห็นภาพการฟื้นตัว แล้วนี่ยังมีเรื่องการตั้งสำรองที่อาจเข้ามากดดันอีก (ยังไม่รู้ว่ามาก-น้อยแค่ไหน) ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมกรณีโบรกฯ ปรับลดเป้าหมาย หรือ ปรับลดประมาณการทั้งปีอีกนะ จึงเห็นได้ชัดว่า หุ้นที่ปิดลบไปลึกเมื่อวาน 34.25 บาท อาจยังไม่ใช่จุดที่เป็นของถูกหรือสะท้อนปัจจัยลบแล้ว  และวิกฤตินี้ก็อาจไม่ได้เป็นโอกาสเสมอไปเช่นกัน

* เอ้า พูดกันแต่หุ้นมีประเด็นลบกดดัน ย้ายมาดูหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุนกันบ้างดีกว่า ช่วงนี้เห็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากฝั่งกลุ่มหุ้นอสังหาฯ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ LH-SPALI ซึ่งนอกจากทั้งสองบริษัทจะเป็นหุ้นที่มีงบไตรมาสแรกโตแข็งแกร่งแล้ว แต่เทรนด์ช่วงที่เหลือของปี 2561 ยังมีโอกาสทำได้ดีต่อเนื่องทั้งคู่ ฟาก LH เองนอกจากเป็นม้ามืดทำเซอร์ไพรส์ติดโผ MSCI Global Index” แต่ในเชิงพื้นฐานยังคงโดดเด่นและครองแชมป์กำไรหุ้นอสังหาฯ

* ส่วน SPALI มีกำไรมากสุดเป็นเบอร์สองของกลุ่มและยังมองเห็นการเติบโตที่ดีต่อเนื่องได้เช่นกัน ที่สำคัญราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันขยับขึ้นเพียงเล็กน้อย ทำให้ราคาในกระดานไม่เกินเอื้อมที่จะเข้าเก็บ และในปีนี้จะได้เห็นจุดขายสำคัญของหุ้นอีกครั้ง คือ สามารถจ่ายปันผลได้แล้ว ซึ่งทั้งสองหุ้นถือเป็น “Defensive Stock” ที่รับมือกับตลาดผันผวนได้ดี มีอัพไซด์หุ้นเกินระดับ 20% และปันผลสวยระดับเกิน 4% ขึ้นไป ดีขนาดนี้ก็เลยขอฝากไว้ให้พิจารณากันดู *