FPI ทรุดน่ากลัว

ข้อมูลแรกที่อาจารย์พูดได้เต็มปากเต็มคำในตอนนี้คือ เมื่อผลงานของหุ้น FPI ออกมาไม่ดีเหมือนกับที่คาดหวัง ย่อมทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นทิ้งอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีค่อนข้างสูง ส่งผลให้สภาพของหุ้นดูเละเทะอย่างไม่น่าเชื่อ จนมองไม่เห็นหนทางที่จะกลับมาทำกำไรอย่างโดดเด่น

ตีแผ่บจ.ดัง

คุณอนุกูล จาก อ.เมือง จ.ชลบุรี พูดถึงสถานการณ์ของหุ้น FPI หรือ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) มีประเด็นให้ขบคิดเยอะมากเลยทีเดียว เพราะกลายเป็นหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์เพียงไม่กี่ตัวที่กำไรลดลงอย่างน่าใจหาย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประเมินกันว่า ผลงานของหุ้นในกลุ่มนี้จะออกมาดีเป็นพิเศษ จึงอยากให้อาจารย์ช่วยประเมินสถานการณ์ของหุ้นตัวนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อด้วยครับ

 

ข้อมูลแรกที่อาจารย์พูดได้เต็มปากเต็มคำในตอนนี้คือ เมื่อผลงานของหุ้น FPI หรือ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) ออกมาไม่ดีเหมือนกับที่คาดหวัง ย่อมทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นทิ้งอย่างไม่ลืมหูลืมตา เพราะเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีค่อนข้างสูง ส่งผลให้สภาพของหุ้นดูเละเทะอย่างไม่น่าเชื่อ จนมองไม่เห็นหนทางที่จะกลับมาทำกำไรอย่างโดดเด่น

ตรงนี้เป็นข้อมูลที่นักลงทุนต้องยอมรับให้ได้เสียก่อน เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัวรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเมื่อดูจากสภาพเศรษฐกิจควบคู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ย่อมเป็นตัวแปรที่ทำให้อาจารย์มองเรื่องราวในด้านลบมากกว่าด้านบวกนะครับ

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นมาจากข้อมูลที่ทุกคนรับรู้กันเป็นอย่างดีว่า ในช่วงไตรมาส 1 กับไตรมาส 4 เป็นไฮซีซั่นสำหรับธุรกิจต่าง ๆ ส่วนในช่วงไตรมาส 2 กับไตรมาส 3 เป็นโลว์ซีซั่น จึงทำให้เชื่อว่า ผลงานของ FPI อาจออกมาไม่ดีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั่นเอง

พร้อมกันนี้ยังต้องลุ้นว่า งบในไตรมาส 2 จะดีกว่างบในไตรมาส 1 หรือเปล่า ?

หากออกมา “ดี” กว่าในไตรมาสก่อนหน้าแสดงว่า สถานการณ์ของธุรกิจเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากออกมา “ไม่ดี” กว่าไตรมาสก่อนหน้าแสดงว่า สถานการณ์ของบริษัทน่าจะมีปัญหาหนักขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะทำให้ความน่าสนใจของหุ้นตัวนี้หดหายลงไปอีกครับ

วันนี้ถึงต้องถามนักลงทุนว่ามีความรู้สึกอย่างไรต่องบการเงินด้านล่างที่ปรากฏให้เห็น เพราะมันหมายถึงตัวนักลงทุนต้องการ “ซื้อลงทุน” หรือต้องการ “หลีกเลี่ยง” ซึ่งผลลัพธ์ทั้งสองอย่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

เมื่อข้อสรุปดังกล่าวออกมาค่อนข้างชัดเจน และเหลือทางเลือกให้กับนักลงทุนแค่ 2 ทางเท่านั้น

อาจารย์เลยขอเลือกทางเดินที่ 2 เพราะหลักของการลงทุนพูดไว้ว่า ซื้อหุ้นในตอนขาขึ้น เพื่อไปขายหุ้นที่ราคาสูงกว่านั้นมันง่าย แต่เมื่อใดที่ซื้อหุ้นในช่วงขาลง แล้วหวังจะขายหุ้นได้ในราคาสูง มันเป็นเรื่องที่ยากกว่ามาก และบางทีอาจเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำนะครับ

ด้วยเหตุนี้ถึงอยากให้นักลงทุนไปลองคิดกันอีกทีหนึ่งว่า FPI มีจุดไหนที่ทำให้หุ้นตัวนี้น่าซื้อ ?

สภาแมงเม่า : ดร.สมชาย