STANLY กำไรแจ๋ว

เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกปี 2561 อานิสงส์ดังกล่าวส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะส่วนของยอดขายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับผลประกอบการ STANLY ที่ประกาศออกมาสดใส

คุณค่าบริษัท

เมื่ออุตสาหกรรมยานยนต์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกปี 2561 อานิสงส์ดังกล่าวส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะส่วนของยอดขายที่เพิ่มขึ้น สอดคล้องกับผลประกอบการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY ที่ประกาศออกมาสดใส

 อย่างผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ปี 2561/2562 (เม.ย.-มิ.ย. 2561) สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,302.33 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 2,968.55 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 381.98 ล้านบาท หรือ 4.99 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 295.54 ล้านบาท หรือ 3.86 บาทต่อหุ้น

สำหรับกำไรที่โตได้แรงหนุนจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 11.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2561 เติบโต 11.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และ 26.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ และช่วยชดเชยยอดผลิตและยอดขายรถจักรยานยนต์ช่วงเวลาดังกล่าวที่ปรับตัวลง 2.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และ 3.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ

อีกทั้งมีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และยังได้ประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด หนุน GPM เพิ่มขึ้นจากช่วงไตรมาส 1/2561 ที่ 15.2% มาอยู่ที่ 17.4% และ SG&A/Sales ลดลงจาก 6.8% ในช่วงไตรมาส 1/2561 เป็น 6.7%

ที่สำคัญเมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจต่อการลงทุน พบว่าฐานะทางการเงินของบริษัทยังดูดี เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 9,507.32 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 2,281.57 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 4.17 เท่า ถือว่าสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทมากพอสมควรในการขยายกิจการ

ส่วนหนี้สินของบริษัทไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 2,638.94 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นมากถึง 14,964.96 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.17 เท่า แสดงว่าบริษัทปลอดจากภาระหนี้สินจริง ๆ

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป คาดผลการดำเนินงาน STANLY มีโอกาสดีขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี จากมุมมองอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คาดยังโตดี รวมถึงมูลค่าชิ้นงานต่อหน่วยที่คาดสูงขึ้นหลังใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ซับซ้อนมากขึ้น อีกทั้งฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาพื้นฐาน 311 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE, LTD. 22,950,000 หุ้น 29.95%
  2. นางพรดี ลี้อิสสระนุกูล 7,695,876 หุ้น 10.04%
  3. นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล 4,500,036 หุ้น 5.87%
  4. STANLEY ELECTRIC HOLDING ASIA-PACIFIC PTE.LTD. 3,806,750 หุ้น 4.97%
  5. นายทนง ลี้อิสสระนุกูล 3,208,920 หุ้น 4.19%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายทนง ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ
  2. นางพรทิพย์ เศรษฐีวรรณ กรรมการ
  3. นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ
  4. นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ
  5. นายโคอิจิ นางาโนะ กรรมการ