เอาเปรียบเหลือเฟือ

วิษณุ เครืองาม ทำเป็นยัวะ เมื่อพรรคการเมืองแย้งว่าให้เวลาหาเสียง 70 วันสั้นเกินไป งั้นจะเอา 210 วันหรือเลื่อนเลือกตั้งไหม

ทายท้าวิชามาร : ใบตองแห้ง

วิษณุ เครืองาม ทำเป็นยัวะ เมื่อพรรคการเมืองแย้งว่าให้เวลาหาเสียง 70 วันสั้นเกินไป งั้นจะเอา 210 วันหรือเลื่อนเลือกตั้งไหม

เป็นเนติบริกรก็พูดได้ คสช.ให้เวลาหาเสียงยาวนานที่สุด ปกติแค่ 45-60 วัน ถ้ายุบสภา สั้นกว่านั้นด้วยซ้ำไป คนฟังถ้าไม่ใช้หัวคิด ก็ผงกหัวคล้อยตาม

ทั้งที่มันไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นการเมืองปกติ พรรคการเมืองจะหาเสียงอยู่เสมอ ต่อให้มียุบสภา ทุกพรรคก็เตรียมพร้อม ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า

แต่นี่ พรรคการเมืองถูกมัดตราสังมาจะ 5 ปี อย่าว่าแต่หาเสียงเลย แค่ลงพื้นที่ไปงานบวชงานศพก็ยังถูกเพ่งเล็ง เห็นแต่ทหาร มหาดไทย กอ.รมน.ลงไปทำประชารัฐไทยนิยม

สิ่งที่พรรคการเมืองเรียกร้อง จึงไม่ใช่ขยายเวลาหาเสียง แต่ต้องการให้ปลดล็อก ไม่ใช่พอกฎหมายเลือกตั้งประกาศ ก็เพียงคลายล็อกให้ประชุมพรรคได้ หาสมาชิกได้ แต่ห้ามหาเสียง ห้ามเคลื่อนไหว ไม่สามารถพบปะประชาชนเพื่อทำนโยบาย กระทั่งโพสต์เฟซบุ๊กตั้งค่าสาธารณะยังไม่ได้ ได้แต่นั่งแบะ ๆ จนกว่าจะครบ 90 วัน

ระหว่างนั้น คสช.ก็ยังมีและใช้อำนาจปิดกั้นได้เต็มที่ เช่น จะเรียกไอ้คนไม่มีผมไปปรับทัศนคติก็ได้ โทษฐานวิจารณ์ตัวเลขเศรษฐกิจดี๊ดี บุกบ้านนคร มาฉิม โทษฐานเจ้าหน้าที่อียูไปพบ ไม่ให้ดึงต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องภายใน (แหม่ ทำไมไม่บุกอียูบ้าง ไปพบนครถึงพิษณุโลก ไม่ยักขอพบหมอวรงค์)

รวมทั้งหัวหน้า คสช.ก็ยังจะ ครม.สัญจร ทั้งที่ออกอาการว่าอยากเป็นนายกฯ ต่อหลังเลือกตั้ง หรือต่อให้ไม่ใช่ท่าน ก็ถูกจับตาอยู่ดีว่าจะวางตัวแทนสืบทอดอำนาจ

มีเลือกตั้งก็ไม่ใช่มีเสรี ภายใต้ ม.44 แต่ 90 วันก่อนปลดล็อกให้หาเสียงได้นี่สิ เผลอ ๆ จะเป็นช่วงเวลาที่เอาเปรียบกันได้เหลือเฟือ นักการเมืองอาจไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล คสช. เพราะถ้าประชุมพรรคแล้วมีตำแหน่งกรรมการบริหาร พูดอะไรขึ้นมา ถ้าท่านชี้ว่าผิด ก็อาจถูกยุบพรรค ขณะที่กลุ่มสนับสนุนรัฐบาล เปิดโรงเรียนการเมืองก็ได้ ขึ้นรถแห่พบชาวบ้านก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจใคร เพราะยังไม่ใช่พรรคการเมือง เดี๋ยวเอาไว้ใกล้ ๆ ปลดล็อกค่อยยกพวกเข้าพรรค

ก็ภูมิใจไปเถอะ ดุสิตโพลสำรวจ ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นอันดับหนึ่ง 24.72% อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับสอง 17.57% แต่ไล่ดูอันดับถัดไป คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 16.53% ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 14.63% ทักษิณ ชินวัตร 13.50% อุ๊ต๊ะ พรรคเพื่อไทย 2 คนรวมกันมากกว่าท่านผู้นำ ถ้ารวมอนาคตใหม่ที่จุดยืนชัดเจน ลบล้างผลพวงรัฐประหาร 3 คน 44.6% แถมทักษิณออกนอกประเทศไป 10 ปี ใครก็รู้ว่ากลับมาไม่ได้ ยังมีชาวบ้านเทใจให้ขนาดนั้น สะท้อนผลงาน 4 ปีอย่างไร คงรู้กัน

แล้วถ้าประชาชนรู้สึกว่าการเลือกตั้งไม่เสรี ผู้มีอำนาจเอาเปรียบ ใช้อำนาจพิเศษ อำนาจคุมกฎกติกา เอื้อประโยชน์ให้ตัวเองหรือพวกพ้อง ได้สืบทอดอำนาจอย่างด้าน ๆ ถามว่าบ้านเมืองหลังเลือกตั้ง จะกลับสู่ความสงบ ความเป็นปกติไหม

ย้ำให้ฟังอีกที ถ้าสืบทอดอำนาจสำเร็จนะ รัฐบาลหลังเลือกตั้ง จะเต็มไปด้วยจุดอ่อนยิ่งกว่ารัฐบาลทหารวันนี้ เมื่อไม่มี ม.44 กระแสสังคมที่อัดอั้นมา 4 ปี จะไล่จับจ้องผลประโยชน์ต่างตอบแทนของกลุ่มก๊วนการเมือง กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ พร้อมกับไล่รื้ออำนาจและสิทธิประโยชน์ของรัฐราชการ ซึ่งใหญ่โต สิ้นเปลือง ไร้ประสิทธิภาพ แต่กลับมาเป็นนาย ไล่จัดระเบียบชาวบ้าน