ORN ชู Green Building แต้มต่ออสังหาฯ ยุคใหม่ บนเวที EARTH JUMP 2026

ORN โชว์วิสัยทัศน์ในงาน EARTH JUMP 2026 ชูแนวคิด ESG และ Green Building เป็นแต้มต่อธุรกิจอสังหาฯ ยุคใหม่ ช่วยเข้าถึง Green Finance ลดต้นทุนทางการเงิน ยกระดับแบรนด์ และขยายฐานลูกค้าต่างชาติ รองรับการเติบโตระยะยาว


นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ORN โชว์วิสัยทัศน์บนเวทีเสวนา “Real Green Real Estate: ส่องอนาคตธุรกิจอสังหาฯ ไทยที่อยู่เย็นและเป็นสุข” ภายในงาน EARTH JUMP 2026 ถ่ายทอดแนวทางการเปลี่ยนผ่านจาก Local Developer สู่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด ESG และ Green Building โดยมองว่าความยั่งยืนไม่ใช่ภาระด้านต้นทุน แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ลดต้นทุนทางการเงิน ยกระดับแบรนด์ และขยายฐานลูกค้าต่างชาติ รองรับการเติบโตระยะยาว

การขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนของบริษัทเริ่มต้นอย่างจริงจังภายหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยบริษัทได้ศึกษาและประเมิน Carbon Footprint ขององค์กร เพื่อกำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการศึกษาพบว่า กว่า 96% ของปริมาณคาร์บอนทั้งหมดมาจากตัวอาคารและวัสดุก่อสร้างตลอดอายุการใช้งาน ส่งผลให้บริษัทปรับกลยุทธ์จากการมุ่งลดคาร์บอนในกระบวนการดำเนินงาน ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านแนวคิด Green Building เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และสอดคล้องกับเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว

ทั้งนี้ ในช่วงเริ่มต้นหลายฝ่ายมองว่า Green Building เป็นเรื่องยากและมีต้นทุนสูง แต่ภายหลังได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกสิกรไทยในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จาก IFC บริษัทได้ทดลองพัฒนาโครงการนำร่อง ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม Low-rise ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำหลักการออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานมาใช้ตั้งแต่ต้น ทั้งการออกแบบอาคาร การจัดวางพื้นที่สีเขียว และการลดการสะสมความร้อน ส่งผลให้โครงการสามารถผ่านมาตรฐาน EDGE ระดับ Beginner ได้โดยแทบไม่เพิ่มต้นทุนการก่อสร้าง สะท้อนว่า Green Building สามารถเกิดขึ้นได้จริงในทุกระดับราคา

นอกจากนี้ การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG ยังเปิดโอกาสให้ ORN เข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว หรือ Green Finance โดยได้รับการสนับสนุนสินเชื่อ Green Loan จากธนาคารกสิกรไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการเงิน ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่แข่งขันได้ สัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกันที่สูงขึ้น และระยะเวลาการกู้ยืมที่ยาวนานขึ้น ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังได้รับประโยชน์จากการอยู่อาศัยในโครงการประหยัดพลังงาน ทั้งด้านค่าใช้จ่ายระยะยาว และโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่มีเงื่อนไขพิเศษ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นายอรรคเดช กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจตามแนวทาง Green Building ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ และสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นที่สามารถยกระดับมาตรฐานโครงการสู่ระดับสากล และได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปและออสเตรเลียในทำเลศักยภาพอย่างภูเก็ตและสมุย ซึ่งให้ความสำคัญกับแนวคิดการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

“วันนี้ Green Building ไม่ใช่เพียงเรื่องของภาพลักษณ์องค์กร แต่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถทางการแข่งขันและการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางทิศทางของภาคการเงินและเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น การเริ่มต้นปรับตัวตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และยกระดับสู่มาตรฐานสากลได้อย่างมั่นคง ซึ่ง ORN พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการคุณภาพภายใต้แนวคิด ESG เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายอรรคเดช กล่าว

Back to top button