กล้าได้..กลัวอด

* ประเด็นของการลงทุนเที่ยวนี้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก เพราะการเคลื่อนไหวของดัชนียังคงวนเวียนไปมากรอบเดิม แถมหุ้นตัวหลักยังเด้งกลับเมื่อลงมาถึงจุดแนวรับสำคัญ “โมนิก้า” ถึงเชื่อเหลือเกินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ดึงดูดให้พวกกองทุนในประเทศกระโจนเข้าใส่ ส่งผลให้ภาพของการลงทุนไม่มีอะไรต้องซีเรียสอีกต่อไป เพราะรูปแบบการเล่นเขาเน้นกันที่เข้าไวไว้ก่อนพะยะค่ะ


เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ประเด็นของการลงทุนเที่ยวนี้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงมากนัก เพราะการเคลื่อนไหวของดัชนียังคงวนเวียนไปมากรอบเดิม แถมหุ้นตัวหลักยังเด้งกลับเมื่อลงมาถึงจุดแนวรับสำคัญ “โมนิก้า” ถึงเชื่อเหลือเกินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์ดึงดูดให้พวกกองทุนในประเทศกระโจนเข้าใส่ ส่งผลให้ภาพของการลงทุนไม่มีอะไรต้องซีเรียสอีกต่อไป เพราะรูปแบบการเล่นเขาเน้นกันที่เข้าไวไว้ก่อนพะยะค่ะ

* เมื่อรูปแบบการเล่นไม่มีรูปแบบที่แน่นอนตายตัว ดัชนีถึงมีอาการแกว่งตัวไร้ทิศทางตลอดเวลา ซึ่งเห็นได้จากอาการบางวันขึ้นแรง และบางวันลงแรง แถมวานนี้ดัชนีทิ้งตัวลงไปในแดนลบพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะตีกลับขึ้นมาปิดที่ 1,630.77 จุด บวกไป 8.67 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.37 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นช็อตที่ทำให้นักเล่นได้เข้าใจอะไรมากขึ้นกว่าเดิมนะจะบอกให้

* โดยเฉพาะเรื่องความกล้าที่ต้องแสดงออกมาในยามที่คนอื่นเกิดอาการหวาดกลัว ล้วนเป็นเรื่องที่เดี๊ยนพยานยามชี้ให้ทุกคนเห็นตลอดเวลา เพื่อทำให้การเล่นรอบเที่ยวนี้มีความคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม และยังเป็นการย้ำหัวหมุดให้นักเล่นรู้ว่า ยังมีกองทุนจำนวนมากให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย และเป็นที่มาของการจั่วหัวในแนวทางบิลต์อารมณ์กันอย่างสุดฤทธิ์ไงละคะ

* เรื่องดังกล่าวเชื่อมโยงถึงหุ้นแบงก์สีเขียว KBANK อย่างมีนัยสำคัญ หลังมีข่าวออกมาในทำนองกองทุนหัวทองเตรียมกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง แถมเที่ยวนี้ให้ความสนใจหุ้นกลุ่มแบงก์มากเป็นพิเศษ ประจวบกับแบงก์สีเขียวเด้งกลับตรงบริเวณแนวรับพอดี “โมนิก้า” ถึงมองเป็นจังหวะของการ follow buy แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก หลังหุ้นเพิ่งขยับขึ้นมาปิดที่ 193.50 บาท บวกไป 1 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.75 พันล้านบาทเท่านั้นเองจ้า!

* หากโฟลว์ของเงินไหลเข้ามาจริง ๆ “โมนิก้า” คงต้องรีบหันไปมองหุ้นแบงก์รัฐอย่าง KTB เป็นรายถัดไปในทันที เพราะคนในวงการรู้ดีว่า แบงก์นี้กินรวบงานภาครัฐมานมนานกาเล หรือพูดให้เข้าใจก็คือเสือนอนกิน เดี๊ยนถึงเห็นหุ้นเด้งขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อบรรยากาศเป็นใจ วานนี้ถึงเห็นหุ้นยืนปิดที่ 20.20 บาท บวกไป 0.40 บาท หรือขึ้นไป 2% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 684 ล้านบาทไงละคะ

* อีกรายที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เดี๊ยนคงโฟกัสไปที่หุ้น IRPC เพื่อเปิดประเด็นให้ทุกคนเห็นว่า เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก หุ้นถึงวิ่งขึ้นมาปิดที่ 6 บาท บวกไป 0.25 บาท หรือขึ้นไป 4.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 700 ล้านบาทแบบชิว ๆ น่าจะเป็นจังหวะของการโหนกระแสแบบไม่ต้องลังเลใจ แถมเที่ยวนี้หุ้นเพิ่งขยับขึ้นอย่างจริงจังเสียด้วย ลุยโลดไปเลยดีกว่านะคะ

* เช่นเดียวกับการทะยานขึ้นของ GULF จนขึ้นมาปิดที่ 76.50 บาท บวกไป 0.75 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 500 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นการไต่เพดานเพื่อขึ้นไปหายอดเก่าบริเวณ 80 บาท ซึ่งเป็นราคาพื้นฐานที่หุ้นควรจะไปยืนปิดให้ได้ก่อนสิ้นปี บวกกับหุ้นมีสตอรี่เกี่ยวกับ growth ค่อนข้างเยอะ เลยทำให้เชื่อว่า เดี๋ยวพวกกองทุนก็ลุยต่อ ไม่ต้องวอรี่มากไปหรอกค่ะ

* เม้าท์ถึงสตอรี่ที่มาทรงนี้ปุ๊บ “โมนิก้า” คงต้องหันมามองการแก้เกมหุ้นตกหนักของ SIRI เพื่อทำให้เห็นว่า ทุกวิกฤตมีโอกาสเกิดขึ้นเสมอ โดยเที่ยวนี้ผู้บริหารได้งัดแผนซื้อหุ้นคืนออกมาใช้ทันการณ์พอดี หุ้นเลยเปลี่ยนจากทิ้งตัวลงแรงกลายมาเป็นถีบตัวขึ้นแรงครั้งแรก จนสุดท้ายหุ้นมาปิดที่ 1.38 บาท บวกไป 0.07 บาท หรือขึ้นไป 5.35% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 198 ล้านบาทแบบนี้ หุ้นน่าจะไปต่อได้อีกนะคะ

* คล้ายกับกรณีของน้องเหน่อ NER ทะยานขึ้นมาปิดที่ 1.95 บาท บวกไป 0.10 บาท หรือขึ้นไป 5.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 188 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเรื่องแรงเทขายจากรายใหญ่เริ่มสะเด็ดน้ำ และคนเริ่มเข้าใจโอกาสในการทำกำไรเพิ่มไม่ใช่เรื่องยาก จึงเข้ามาไล่ซื้อหุ้นรอบใหม่กันอย่างคึกคัก จนมีความเป็นไปได้ที่หุ้นจะขึ้นไปพลิกแนวต้านบริเวณ 2.06 บาทให้กลายเป็นแนวรับอันแข็งแกร่งนะจะบอกให้

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้น CHO เพื่อช่วยชี้ทางให้แมงเม่าเห็นภาพการเล่นชัดขึ้นมาอีกนิดหนึ่งว่า เมื่อทุกคนเห็นบริษัทมีการรับรู้รายได้ที่แน่นอนไปถึงไตรมาส 1 ปี 2562 ราคาหุ้นก็ควรทะยานขึ้นไปได้เรื่อย ๆ และเที่ยวนี้มีการเม้าท์กันว่า หุ้นมีโอกาสไปถึงไฮเดิมบริเวณ 2.14 บาทค่อนข้างสูง เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 1.66 บาท บวกไป 0.07 บาท หรือขึ้นไป 4.40% ยังมีแก๊ปให้เล่นเยอะเลยนะคะ

* เรื่องข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องหันมามองหุ้นเล็กอย่างเช่น SONIC เพื่อไว้เป็นทางเลือกสำหรับการเล่นเที่ยวนี้ เพราะเมื่อมองดูจากสตอรี่ growth ที่ทำได้อย่างต่ำปีละ 20% บวกกับแผนขยายพื้นที่ขนส่งสินค้า เพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่ และลูกค้ารายเก่าที่มีออเดอร์เพิ่มขึ้น เดี๊ยนถึงมองราคาปิดที่ 1.41 บาท บวกไป 0.04 บาท หรือขึ้นไป 2.90% มันต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับ P/E วันนี้ที่ระดับ 15 เท่า งานนี้บอกได้เลยว่า XD เสร็จปุ๊บ ก็ต้องรีบช้อนพะยะค่ะ

Back to top button