EGCO พื้นฐานแกร่ง – ปันผลดี

เชื่อว่าหลังจาก EGCO เข้าลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศเกาหลีใต้บริษัท Paju Energy Service Co., Ltd. สัดส่วน 49% ด้วยมูลค่าราว 2.6 หมื่นล้านบาท โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง กำลังการผลิตราว 1.8 พันเมกะวัตต์ (2 ยูนิต* 911.5 MW)


คุณค่าบริษัท

เชื่อว่าหลังจาก บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เข้าลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศเกาหลีใต้บริษัท Paju Energy Service Co., Ltd. สัดส่วน 49% ด้วยมูลค่าราว 2.6 หมื่นล้านบาท โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง กำลังการผลิตราว 1.8 พันเมกะวัตต์ (2 ยูนิต* 911.5 MW)

ทั้งนี้ เบื้องต้นหากอ้างอิงเฉพาะผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Paju ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 คาดการเข้าลงทุนดังกล่าวจะเพิ่มกำไรให้กับ EGCO ได้ราว 1.3-1.7 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 13.17% ของประมาณกำไรในปี 2562 ของ EGCO และคาดจะเพิ่มมูลค่าพื้นฐานให้กับ EGCO ได้ราว 12-15 บาทต่อหุ้น

สิ่งสำคัญผู้บริหารนำเสนอว่าการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุน 49% ในโรงไฟฟ้า Paju จากบริษัท SK E&S Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจ LNG นั้น เป็นการมองเห็นโอกาสที่จะร่วมธุรกิจกับ บริษัท SK E&S ต่อในอนาคตสำหรับการทำธุรกิจใหม่ LNG ในประเทศไทยด้วย

ส่วนผลประมาณการกำไรทั้งปี 2561 โดยคาดแนวโน้มกำไรจากการดำเนินงานปกติงวดไตรมาส 4/2561 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากงวดไตรมาส 3/2561 ตามผลของฤดูกาลที่เข้าสู่ช่วง low season ของความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยรวมที่จะปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ส่วนของแนวโน้มกำไรสุทธิยังต้องขึ้นอยู่กับผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตาม

ขณะที่ภาพระยะยาวนั้น หากพิจารณา Backlog ในมือปัจจุบันพบว่า ต้องรอปลายปี 2562 ที่จะเริ่มรับรู้ XPCL (160 เมกะวัตต์) และ SBPL (245 เมกะวัตต์) และในปี 2565 สำหรับโครงการน้ำเทิน 1 (161 เมกะวัตต์)

ส่วนแผน PDP ฉบับใหม่ใกล้ความจริงคาดจะได้ข้อสรุปในเดือน ธ.ค. 2561 ซึ่งเบื้องต้นคาดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ จะอิงกับความต้องการใช้ไฟฟ้า และปริมาณ supply ไฟฟ้าที่ผลิตได้ในรายภาค ซึ่งจะทำให้มีโอกาสที่จะเกิดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการใช้ในภาคที่ปริมาณผลิตไม่เพียงพอได้ อาทิเช่นในภาคใต้ ซึ่ง EGCO มีศักยภาพพร้อมสำหรับการขยายที่โรงไฟฟ้าขนอม แต่ทั้งนี้ยังต้องดูแหล่งเชื้อเพลิงประกอบด้วยเพราะหากเชื้อเพลิงก๊าซจากอ่าวไม่พอก็จำเป็นต้องใช้ก๊าซ LNG เป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้ EGCO เตรียมความพร้อมสำหรับโรงไฟฟ้าส่วนขยายในพื้นที่ BLCP ในภาคกลาง ซึ่งล่าสุดได้ผ่านการทำ EHlA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของภาครัฐ

ด้านผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการขยับขึ้นมาอยู่ที่ 9,338.02 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 7,928.26 ล้านบาท เป็นผลจากรายได้ค่าขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 3,946.76 ล้านบาท หรือ 7.50 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 3,516.62 ล้านบาท หรือ 6.68 บาทต่อหุ้น

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการขยับขึ้นมาอยู่ที่ 25,929.30 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 21,364.45 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 21,753.82 ล้านบาท หรือ 41.32 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อน 10,010.43 ล้านบาท หรือ 19.01 บาทต่อหุ้น

ในขณะที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2562 ที่ 260 บาทต่อหุ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ” จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระยะยาว และพร้อมรับ Dividend Yield เฉลี่ย 3% ต่อปี

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 133,773,662 หุ้น 25.41%
  2. TEPDIA Generating B.V. 126,054,178 หุ้น 23.94%
  3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 52,417,905 หุ้น 9.96%
  4. สำนักงานประกันสังคม 12,182,800 หุ้น 2.31%
  5. กองทุนเปิด บัวหลวงหุ้นระยะยาว 10,678,100 หุ้น 2.03%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ ประธานกรรมการ
  2. นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  3. นายชุนอิจิ ทานากะ กรรมการ
  4. นายฮิโรมิ ซากากิบาระ กรรมการ
  5. นายโยอิจิโร่ มัตสึโมโตะ กรรมการ

Back to top button