
EGCO โบรกชี้กำไรปี 69 ฟื้นแรง 50% แตะ 6.6 พันลบ. เคาะเป้า 133 บาท
บล.กรุงศรีมอง EGCO รับผลกระทบสงครามจำกัด เดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียน 448 เมกกะวัตต์ พร้อมเตรียมขายที่ดินนิคมระยอง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 133 บาท คาดกำไรปี 69 แตะ 6.6 พันล้านบาท ฟื้นตัว 50%
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ ว่า บริษัทฯ ประเมินผลกระทบจากสงครามต่อ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO อยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากโรงไฟฟ้า Paju ในเกาหลีใต้ใช้ก๊าซธรรมชาตินำเข้าจากออสเตรเลียและสหรัฐอเมริกา ไม่ได้พึ่งพาแหล่งพลังงานจากตะวันออกกลาง และเป็นสัญญาแบบ Contract จึงมีความเสี่ยงด้านต้นทุนต่ำ ขณะที่ราคาค่าไฟในตลาดสหรัฐปรับเพิ่มตามต้นทุนก๊าซ ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อบริษัทอยู่ในระดับจำกัด
ด้านความคืบหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียน (Renewables) เฟส 2.1 ปัจจุบัน EGCO อยู่ระหว่างทยอยลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) รวม 11 โครงการ กำลังการผลิตรวม 448 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการภายใต้ EGCO 168 เมกะวัตต์ และการลงทุนร่วมกับพันธมิตร 280 เมกะวัตต์ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในไตรมาส 2/2569 ภายใต้อัตราค่าไฟแบบ FiT ที่ 2.16 บาทต่อหน่วย และมีกำหนดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในช่วงปี 2571-2573
นอกจากนี้ ที่ดินนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทในจังหวัดระยอง ขนาด 609 ไร่ ได้ผ่านขั้นตอนด้านเอกสารและการก่อสร้างถนนเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มเปิดขายที่ดินให้แก่กลุ่มลูกค้า Data Center ได้ภายในไตรมาส 2/2569 พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาธุรกิจน้ำอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า IU Captive เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าในนิคมเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองเชิงบวกต่อข้อมูลจากการประชุมนักวิเคราะห์ โดยโครงการ Renewables เฟส 2.1 ยังไม่ได้รวมอยู่ในประมาณการเดิม และคาดว่าจะทำให้กำลังการผลิตเชิงปฏิบัติการ (Operating MWe) เพิ่มขึ้นราว 7% จากระดับปัจจุบันที่ 6,869 เมกะวัตต์
โดยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ของ EGCO ที่ 6,663 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังผ่านช่วงผลขาดทุนจากปัจจัยพิเศษ (One-time) หลายรายการ โดยมีแรงหนุนหลักจาก
1.ส่วนแบ่งกำไร (Equity Income) จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐที่เพิ่มขึ้น จากกำไรของโครงการ Linden และการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นอีก 10% รวมถึงค่าไฟในตลาดที่ปรับสูงขึ้น
2.โครงการ Yunlin คาดฟื้นตัวจากกระแสลมที่ดีขึ้น และภาระหนี้จาก Shareholder loan ที่ลดลง
3.การปิดซ่อมบำรุงโครงการหลัก ได้แก่ QPL, SPBL และ Paju ลดลงเมื่อเทียบปีก่อน
ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EGCO โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 133 บาทต่อหุ้น มองว่าระยะกลางยังมีโอกาสสร้างอัพไซด์จากปัจจัยกระตุ้น

