PLANB ทุ่ม 161 ลบ. ซื้อหุ้น “สแพลช มีเดีย” 70% ขยายพื้นที่สื่อโฆษณาทั่วประเทศ

PLANB ทุ่ม 161 ลบ. ซื้อหุ้น "สแพลช มีเดีย" สัดส่วน 70% ขยายธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยประเภทภาพนิ่งให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น

บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวานนี้ (14 พ.ค.) อนุมัติให้บริษัท มาสเตอร์ สแตนดาร์ด ดิสเพลย์ จำกัด (เอ็มเอสดี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้น 70% ในบริษัท สแพลช มีเดีย (สแพลช) จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยประเภทภาพนิ่ง โดยมีมูลค่าลงทุนรวม 160.78 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสเงินสดหมุนเวียนภายในบริษัท ขณะที่คาดว่าการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาสที่ 2/62

สำหรับ สแพลช มีเดีย เป็นผู้ประกอบการธุรกิจสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย ประเภทป้ายโฆษณาภาพนิ่ง โดยมีบิลบอร์ดขนาดใหญ่ทั่วประเทศให้บริการ 55 แห่ง จำนวน 79 ป้าย ซึ่งจะเป็นขยายธุรกิจประเภทดังกล่าวให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการลงทุนจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวให้กับบริษัทและผู้ถือหุ้น

โดย นายพินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์ กรรมการผู้จัดการ PLANB เปิดเผยว่า สแพลช มีเดีย มีบิลบอร์ดขนาดใหญ่ทั่วประเทศให้บริการ 55 แห่ง จำนวน 79 ป้าย ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสื่อโฆษณาพร้อมให้บริการ (Media Capacity) กว่า 190 ล้านบาทต่อปี การควบรวมธุรกิจในครั้งนี้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ต้องการจะขยายความหลากหลายของสื่อโฆษณาที่ให้บริการ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สื่อโฆษณาให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น หลังจากการควบรวมธุรกิจจะส่งผลให้แพลนบีมีสื่อโฆษณาภาพนิ่ง โดยเฉพาะบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่มีจำนวน 133 ป้ายทั่วประเทศ เพิ่มเป็น 212 ป้ายทั่วประเทศ

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 1/62 แพลนบียังสามารถสร้างยอดขายนิวไฮได้ต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,207.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.1% และมีกำไรสุทธิ 154.1 ล้านบาท เติบโต 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการเติบโตของทั้งรายได้และกำไรสุทธิเป็นผลจากการขยายธุรกิจสื่อโฆษณาด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และมีสื่อโฆษณาพร้อมให้บริการ (Media Capacity) เติบโต 8.9% ส่งผลให้ธุรกิจสื่อโฆษณามีรายได้ที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกประเภทสื่อ โดยสื่อระบบขนส่งมวลชน สื่อภาพนิ่ง สื่อดิจิทัล สื่อภายในห้างสรรพสินค้า และสื่อในสนามบิน มีอัตราการเติบโต 7.7%, 5.5%, 12.5%, 22.1% และ 5.4% ตามลำดับ

นอกจากนี้เป็นผลสำเร็จจากการพัฒนาธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม(Engagement Marketing) ผ่านคอนเทนท์ที่มีคุณภาพทั้ง 3 ประเภทคือ กีฬา ดนตรี และอีสปอร์ต ซึ่งช่วยผลักดันให้อัตราการใช้สื่อโฆษณาในไตรมาสที่ผ่านมาเป็น 66.5% จากการขายแพ็กเกจสื่อโฆษณาร่วมกับ Engagement marketing ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สื่อโฆษณา ของบริษัทสามารถเข้าถึงเม็ดเงินโฆษณาได้ดีกว่าสื่อโฆษณาประเภทอื่น ๆ และส่งผลให้แพลนบีมีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยโดยรวมที่หดตัว 2.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน

คำค้น