ส่องผลงาน 20 บจ.กลุ่ม “เงินทุน” SAWAD มาวิน! โกยกำไร 843 ลบ.โบรกฯฟันธงปี 62 โตกระฉูด 30%

ส่องผลงาน 20 บจ.กลุ่ม "เงินทุน" SAWAD มาวิน! โกยกำไร 843 ลบ.โบรกฯฟันธงปี 62 โตกระฉูด 30%

“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มธุรกิจการเงิน ในหมวดธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ ภายหลังจากช่วงเทศการประกาศผลการดำเนินงานเสร็จสิ้นลง โดยบริษัทในกลุ่มดังกล่าวมีจำนวนทั้งสิ้น 20 หลักทรัพย์ และมีผลการดำเนินงาน ดังนี้

ทั้งนี้ จากตารางจะเห็นได้ว่า บริษัทจดทะเบียนในหมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานเติบโตที่สุดในกลุ่มคือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD โดยมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 1/62 ที่ระดับ 843.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278.55 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 564.50 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 49.34%

ด้านบริษัทจดทะเบียนรายอื่นที่มีผลการดำเนินงานเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย THANI มีกำไรสุทธิ 496.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.52%, KTC มีกำไรสุทธิ1.59 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.47%, JMT มีกำไรสุทธิ 144.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.45%, IFS มีกำไรสุทธิ 46.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.69%, MTC มีกำไรสุทธิ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.60%, KGI มีกำไรสุทธิ 310.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.44%, S11 มีกำไรสุทธิ 135.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.19%, ASK มีกำไรสุทธิ 195.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.78%, AMANAH มีกำไรสุทธิ 49.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น8.18% และ TK มีกำไรสุทธิ 112.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.94%

ส่วนบริษัทที่มีผลการดำเนินงานลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วย AEONTS มีกำไรสุทธิ 816.54 ล้านบาท ลดลง 12%, MFC มีกำไรสุทธิ 33.07 ล้านบาท ลดลง 31.53%, PL มีกำไรสุทธิ 35.30 ล้านบาท ลดลง 34.99%, MBKET มีกำไรสุทธิ 32.19 ล้านบาท ลดลง 78.37% และ TNITY มีกำไรสุทธิ 1.11 ล้านบาท ลดลง 95.34%

ขณะที่บริษัทที่มีผลการดำเนินงานพลิกขาดทุน ประกอบด้วย CNS พลิกขาดทุน 10.36 ล้านบาท จากปีก่อนกำไร 63.67 ล้านบาท, FNS พลิกขาดทุน 9.12 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 38.09 ล้านบาท, GBS พลิกขาดทุน 3.07 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 18.05 ล้านบาท และ UOBKH พลิกขาดทุน 5.76 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไร 64.11 ล้านบาท

ด้านนักวิเคราะห์ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAWAD ให้ราคาเป้าหมาย 59 บาทต่อหุ้น โดยประเมินจากกำไรสุทธิไตรมาส 1/62 เติบโตสูงถึง 49% เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตขึ้นจากพอร์ตลูกหนี้คงค้างที่โตสูงถึง 31% ผลจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จาก 2,490 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1/61 เป็น 3,086 สาขา  ณ สิ้นไตรมาส 1/62

ประกอบกับการตั้งสำรองที่ลดลง 15 ล้านบาท หรือลดลงราว 21% เป็นหลัก หากเทียบกำไรกับงวดไตรมาสก่อนทรงตัว โดยเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหหน้า

ทั้งนี้ หากดู EPS จะเพิ่มขึ้นเพียง 35% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลมาจาก dilution จากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนให้คาเธ่ย์เมื่อเดือนก.พ.62

นอกจากนี้ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งจัดชั้นหนี้ NPL อีกกว่า 200 ลบ. หนี้ NPL ณ 1Q62 เพิ่มขึ้นเป็น 1,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 200 ล้านบาทจาก 1,128 ล้านบาท สิ้นปี 61 เป็นผลจากการสั่งให้จัดชั้นเพิ่มสำหรับพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดที่ลูกหนี้ชำระไม่เต็มงวด ซึ่งเป็น onetime ทำให้ NPL เพิ่มขึ้นจาก 3.8% สิ้นปี 61 เป็น 4.4% ณ สิ้นไตรมาส 1/62 นี้ ส่วนการตั้งสำรองหนี้ฯ เนื่องจากตั้งสำรองไว้เพียงพอแล้วจึงไม่ต้องตั้งเพิ่มแต่อย่างใด และเพียงพอสำหรับ IFRS9 แล้วด้วย

อย่างไรก็ตาม ยืนยันคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” พร้อมเชื่อว่าปีนี้ SAWAD จะเริ่มกลับมามีกำไรเติบโตได้สูงถึง 30% หลังปรับโครงสร้างเสร็จเมื่อปีก่อน ประกอบกับราคาปัจจุบันยังมี upside 19% จากราคาเป้าหมายที่ 59 บาท