JUBILE กำไรโตสม่ำเสมอ

เมื่อใกล้ช่วงประกาศผลประกอบการมักเห็นราคา JUBILE บนกระดานขยับขึ้นเป็นระยะๆ รอบนี้เช่นกัน เชื่อว่าราคาหุ้นจะมีการปรับตัวขึ้นจากการเข้าเก็งกำไรผลประกอบการ

คุณค่าบริษัท

เมื่อใกล้ช่วงประกาศผลประกอบการ ทางหุ้น บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JUBILE มักเห็นราคาหุ้นบนกระดานขยับขึ้นเป็นระยะ ๆ รอบนี้ก็เช่นกัน เชื่อว่าราคาหุ้นจะมีการปรับตัวขึ้นจากการเข้าเก็งกำไรในส่วนของผลประกอบการที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากผลประกอบการของแต่ละไตรมาสและงบปีค่อนข้างออกมาดีเลยทีเดียว

เช่นเดียวกับในช่วงไตรมาส 2/2562 ที่ทางนักวิเคราะห์ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่ารายได้ไตรมาส 2/2562 จะเติบโตสู่ 435 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการจัดงาน Mid-year sales ภายใต้ธีม “Jubilee Diamond The Brilliance of 90 Years Journey” ส่งผลให้ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญราว 80-90 ล้านบาท

แม้ว่ารายได้จากการจำหน่ายผ่านสาขาทั้ง 131 สาขาอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยเนื่องจากในไตรมาส 2/2562 มีวันหยุดเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1 อย่างไรก็ตาม คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงจาก 47.6% จากไตรมาส 1/2562 สู่ 44% เพราะการขายในงาน Mid-year sales มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปกติ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง 120-125 ล้านบาท  เนื่องจากมีการจ่ายค่าเช่าเพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขา

ถึงอย่างไรยังมีการคาดว่ากำไรไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ราว 55.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 14% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้คงประมาณการกำไรปี 2562 ที่ราว 204 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากคาดว่าครึ่งหลังของปี 2562 จะมีการเร่งเปิดสาขาเพิ่ม 4-7 สาขาเพื่อให้ทั้งปีสามารถเปิดได้ตามแผนที่ 5-8 สาขา (ไตรมาส 1/2562 เปิดไปเพียง 1 สาขาและในไตรมาส 2/2562 ไม่มีการเปิดสาขา) ส่งผลให้ค่าเช่าเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งล่าสุดคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2562 จาก 3.7-4.0% เหลือ 2.9-3.3% ซึ่งมองเป็นปัจจัยเชิงลบต่อยอดขายของบริษัทเนื่องจากเครื่องประดับเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยและอ่อนไหวต่อสภาพเศรษฐกิจ

สิ่งสำคัญบริษัทดำเนินกลยุทธ์การเติบโตผ่านการขยายสาขาตามห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทมี 131 สาขา อยู่ในกรุงเทพฯ 48 สาขาและต่างจังหวัด 83 สาขา ขณะที่บริษัทมีร้านค้าเดี่ยว (Stand alone) 4 ร้าน  ICON SIAM Central World สะพานเหล็ก และสีลม ร้านรูปแบบดังกล่าวใช้เงินลงทุนสูงและระยะเวลาคืนทุน 3-4 ปี ขณะที่การเปิดเคาน์เตอร์ตามห้างฯ มีระยะเวลาคืนทุนเพียง 1 ปี

ทั้งนี้ มีมุมมองบวกต่อการขยายสาขาตามห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ เนื่องจากใช้เงินลงทุนน้อยและระยะเวลาคืนทุนสั้น แต่แลกมาด้วยการเติบโตของยอดขายแบบค่อยเป็นค่อยไปตามรายได้และการขยายตัวของประชากรทำให้การเติบโตไม่หวือหวา

ดังนั้นทาง บล.โกลเบล็ก   คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 18.90 บาท อีกทั้งหุ้นมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอที่ 3-4% ต่อปี

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายวิโรจน์ พรประกฤต 65,467,400 หุ้น 37.57%
  2. นางสุวัฒนา ตุลยาพิศิษฐ์ชัย 12,249,000 หุ้น 7.03%
  3. นายมนต์ชัย ลีศิริกุล 7,000,000 หุ้น 4.02%
  4. น.ส.อัญรัตน์ พรประกฤต 6,249,000 หุ้น 3.59%
  5. นายอัครพงศ์ พรประกฤต 6,007,500 หุ้น 3.45%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการบริษัท,  กรรมการอิสระ
  2. นายวิโรจน์ พรประกฤต ประธานคณะกรรมการบริหาร, รองประธานคณะกรรมการบริษัท
  3. น.ส.อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  4. นางสุวัฒนา ตุลยาพิศิษฐ์ชัย กรรมการ
  5. นายสหัสโรจน์ โรจน์เมธา กรรมการอิสระ