SET ร่วง 12 จุด เซ่นปัจจัยลบตปท. ฟากโบรกฯแนะถือเงินสดเพิ่ม-ทยอยสะสม 34 หุ้นแกร่งชนะตลาด!

SET ร่วง 12 จุด เซ่นปัจจัยลบตปท. ฟากโบรกฯแนะถือเงินสดเพิ่ม-ทยอยสะสม 34 หุ้นแกร่งชนะตลาด!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยเช้านี้ ณ เวลา 10.18 น. อยู่ที่ระดับ 1,654.14 จุด ลบ 11.85 บาท หรือ 0.71% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นไปตามทิศทางตลาดต่างประเทศที่ปรับตัวลดลง จากความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่มีแนวโน้มบานปลายมากขึ้น หลังทั้งสองฝ่ายออกมาตรการตอบโต้ระหว่างกัน ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับลดลงเมื่อคืนนี้ยังกดดันต่อภาพรวมการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี

ด้านนายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างติดลบกันทั่วหน้าเฉลี่ย 1.5-2% เช่นเดียวกับดาวโจนส์ที่ร่วงแรงกว่า 700 จุดเมื่อคืนที่ผ่านมา จากความกังวลสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งเป็นไปตามการตอบโต้ของจีนหลังจากที่สหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น

ขณะที่จีนปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบ 11ปี และให้องค์กรรัฐฯของจีนหยุดการสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ

ด้านสหรัฐฯออกมาระบุว่า จีนปั่นค่าเงินซึ่งจะส่งผลให้สินค้าส่งออกของจีนถูกลง และสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯแพงขึ้น แต่การที่เงินหยวนอ่อนค่าส่งผลให้เงินสกุลอื่นในเอเชียจะอ่อนค่าตามด้วย ซึ่งจะไปกดดัน Fund Flow ให้ไหลออกได้ จึงคาดว่านักลงทุนต่างชาติคงจะขายต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันก็ร่วงแรง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวลง 3% ทำให้อาจจะไปกดดันหุ้นในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมีได้ อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 2/62 ออกมายังไม่ดี พร้อมให้แนวรับ 1,650 จุด ส่วนแนวต้าน 1,672 จุด

ด้าน บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดกลยุทธ์ : ปัจจัยภายนอกยังเป็นลบแนะนำคงน้ำหนักหุ้น 70% สำรองเงินสด 30% คาดวันนี้มีโอกาสเห็นการลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 1,640-1,650/1,075-1,090 จุด ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นจุดกลับตัว

ส่วนชนะตลาด: น้ำหนัก ALPHA=55% แนะนำ “ซื้อ” BPP, CBG, COM7, KKP, KTC, MTC, OSP, PTTEP, RATCH, THANI และ “ขาย” AAV, BANPU, BEC, CENTEL, CK, CKP, DELTA, ERW, JAS, PTG, SCC, SPALI, TASCO

ส่วนเกาะตลาด: ยังดีดไม่พ้น 1,702/1,125 จุด ถือว่าระยะสั้นเป็นลบ ให้คงน้ำหนัก BETA=15% ไม่เปลี่ยนแปลง

ด้าน บล.กสิกรไทย กลยุทธ์การลงทุน เพิ่มระดับการถือครองเงินสด ทยอยสะสมหุ้นกลุ่มที่แข็งกว่าตลาด ดังต่อไปนี้
1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL, AMATA, BTS, ORI, TFFIF
2) กลุ่มปันผลสูง JASIF, TISCO, LH, TCAP
3) กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE, DTAC, ADVANC, INTUCH
4) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP, PRM, BGC
5) ปัจจัยบวกเฉพาะตัว CPF, GUNKUL, TPCH, MINT, PTT, JWD, JAS, AOT, COM7

คำค้น