TM สู่ครึ่งปีหลังไฮซีซั่น

ผู้บริหาร TM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 62 คาดจะเติบโตต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจโรงพยาบาล

คุณค่าบริษัท

จากข้อมูลผู้บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 คาดจะเติบโตต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล ส่งผลให้บริษัทรับออเดอร์มากขึ้น

อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีงบประมาณออกมา เพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และโรงพยาบาลเอกชนยังใช้จ่ายงบประมาณอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน น่าจะผลักดันให้ได้รับออเดอร์จากกลุ่มโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่ารายได้ปี 2562 จะอยู่ที่ 650-700 ล้านบาท เติบโตจากปี 2561 ที่มีรายได้อยู่ที่ 648 ล้านบาท จากภาพรวมอุตสาหกรรมการขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทยังได้เซ็นสัญญาเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้ากับบริษัท BD ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ Marubeni  ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้คาดว่าผลการดำเนินงานในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้บริษัทยังคาดว่าอัตรากำไรสุทธิจะสูงกว่าปีก่อนที่มีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.45% และจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ไม่ต่ำกว่า 40% เนื่องจากบริษัทมีการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างมองหาสินค้าใหม่เข้ามาจำหน่าย เพื่อเพิ่มมาร์จิ้นให้มีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส  2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 160.31 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 153.46 ล้านบาท โดยยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์และวัสดุสิ้นเปลืองเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 12.33 ล้านบาท หรือ 0.040 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 10.15 ล้านบาท หรือ 0.033 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีรายได้รวมขยับขึ้นมาอยู่ที่ 364.03 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 302.97 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิขยับขึ้นมาอยู่ที่ 34.01 ล้านบาท หรือ 0.110 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 19.32 ล้านบาท หรือ 0.063 บาทต่อหุ้น

เมื่อวิเคราะห์ฐานะทางการเงินของบริษัทเพื่อเป็นตัวแปรในการตัดสินใจพบว่า ฐานะทางการเงินของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง เพราะบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนมากถึง 533.52 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนเพียง 287.25 ล้านบาท ได้ค่า CURRENT RATIO อยู่ที่ระดับ 1.85 เท่า แสดงว่า บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินมากเกินความจำเป็น และอาจเผชิญกับปัญหาทุนจมในอนาคต

ส่วนปัญหาหนี้สินของบริษัทไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วง เพราะบริษัทมีหนี้สินรวมแค่ 306.09 ล้านบาท เมื่อนำมาเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีอยู่ 419.59 ล้านบาท ได้ค่า D/E อยู่ที่ระดับ 0.72 เท่า แสดงว่า บริษัทไม่มีปัญหาหนี้สินมารบกวนการดำเนินงานแต่อย่างใด

สิ่งสำคัญ ราคาหุ้นมีโอกาสไปได้อีก เพราะค่า P/E อยู่ที่ 11.93 เท่า ค่า P/BV อยู่ที่ 1.79 เท่า ถือว่าราคายังไม่แพงมาก

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นางสุนทรี จรรโลงบุตร 75,246,500 หุ้น 24.43%
  2. นายศุภพงษ์ จรรโลงบุตร 66,000,000 หุ้น 21.43%
  3. น.ส.แพร จรรโลงบุตร 22,485,070 หุ้น 7.30%
  4. น.ส.ปรางฉาย จรรโลงบุตร 22,000,000 หุ้น 7.14%
  5. นางอรุณรัตน์ จันทนขจรฟุ้ง 9,921,100 หุ้น 3.22%

รายชื่อกรรมการ

  1. นางอภิรมย์ เวชภูติ ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายศุภพงษ์ จรรโลงบุตร ประธานกรรมการบริหารและประธานบริหาร, กรรมการ
  3. นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  4. นายพิชิต ทรัพย์รุ่งเรืองรอง ประธานกรรมการบริษัท
  5. น.ส.ปรางฉาย จรรโลงบุตร กรรมการ