หุ้นแบงก์-น้ำมัน

เช้าวันนี้ (19 ก.ย.) น่าจะรับทราบกันไปแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

เช้าวันนี้ (19 ก.ย.) น่าจะรับทราบกันไปแล้วว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่

หากลด ก็น่าจะส่งผลดีต่อบรรยากาศตลาดหุ้นได้บ้าง

ทว่า หากคงดอกเบี้ยไว้ระดับเดิม

ก็ไม่น่าจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นมากนัก แนวรับ บริเวณ 1,640 จุด น่าจะพอรับไหว

นั่นเพราะนักลงทุนเหมือนจะทำใจ และปรับลดความเสี่ยงไว้ล่วงหน้าบ้างแล้ว

แต่สิ่งที่นักลงทุนเฝ้ามองมากกว่าคือ การประชุมของ กนง.ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ เพราะน่าจะมีผลต่อตลาดเงินและตลาดหุ้นของไทยมากกว่า

เมื่อวานนี้หุ้นที่เกี่ยวกับได้รับประโยชน์ดอกเบี้ยปรับลงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

เช่น MTC SAWAD และ THANI

หุ้นพอขึ้นมา 1-2 ช่อง ก็ขายออกกันล่ะ

เล่นวนเวียนกันไปแบบนี้จนกว่าจะมีความชัดเจน  แล้วค่อยกลับมาจัดหนัก ๆ กันไป

ส่วนหุ้นแบงก์ หากเป็นประเด็นเกี่ยวกับดอกเบี้ย ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นปัจจัยกดดันอะไรมาก เหมือนก่อนหน้านี้แล้วล่ะ

เพราะหากหยิบลูกคิดขึ้นมาดีดคำนวณดูกันแล้ว

ไม่น่าจะส่งผลลบอะไรมาก

ประกอบกับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ค่อนข้างตอบรับกับข่าวดังกล่าวไปพอสมควร จนทำให้หุ้นแบงก์ขนาดใหญ่ พี/อี ต่างอยู่ระดับต่ำ รวมถึง P/BV ที่ต่ำกว่า 1 เท่าด้วย

อย่างที่รับทราบกันไปแล้ว

แบงก์มีข่าวดีเกี่ยวกับการนำสำรองส่วนเกิน (ที่ตั้งไว้เพื่อรองรับ IFRS 9) กลับมาเป็นกำไร

ที่ผ่านมาแบงก์เกือบทั้งหมดตั้งสำรองฯ เผื่อไว้ค่อนข้างมาก

แต่แบงก์ชาติเองก็ไม่อยากให้แต่ละแบงก์ตั้งไว้สูงจนเกินความจำเป็น และอนุญาตให้มีการนำสำรองส่วนเกิน กลับมาบันทึกเป็นรายได้ หรือกำไรกันได้

ทั้งหมดนี้ เราน่าจะเริ่มเห็น หรือมีผลในไตรมาส 1/2563

จากการรวบรวมข้อมูลของตัวเลขสำรองส่วนเกิน

พบว่ามีเกือบ 4 แสนล้านบาท

แต่เข้าใจว่า แบงก์คงจะไม่ได้มีการนำเงินดังกล่าว กลับมาบันทึกเป็นกำไรทั้งหมด

และคงจะมีเผื่อ ๆ ไว้บ้าง เพื่อรองรับกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือการคาดหมาย

ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์กันอีกครั้ง

เมื่อวานนี้เท่าที่คุยกับนักวิเคราะห์ และอ่านบทวิเคราะห์ของโบรกฯ หลายแห่ง

ต่างแนะนำลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร

แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการแนะนำเพื่อการลงทุนระยะปานกลาง ไปจนถึงระยาวมากกว่า เพราะในช่วงสั้น ราคาหุ้นยังอาจเผชิญกับความผันผวนได้บ้าง

หุ้นแบงก์ขนาดใหญ่ที่นำโดย  BBL KBANK KTB และ SCB ที่ราคาปรับลงมา

ต่างทำให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผล พุ่งขึ้น

บางแห่งมากกว่า 4% เช่น SCB และ KTB

ส่วน BBL นี่ก็ขึ้นมาอยู่เกือบ ๆ 4% ซึ่งน่าจะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เล่นหุ้นหวังเงินปันผล

หันมาดูหุ้นน้ำมันกันบ้าง

หุ้นน้ำมันค่อนข้างผันผวนไปตามภาวะน้ำมันดิบในตลาดโลก

จริง ๆ แล้ว มีคำแนะนำในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา (หลังโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ ถูกถล่ม) แล้วว่า หุ้นน้ำมันพอเล่นได้บ้างนะ

แต่ควรเป็นระยะสั้น หรือใครที่มีหุ้นรออยู่แล้ว เมื่อราคาหุ้นยิ่งขึ้นมา ก็ถือเป็นโอกาสขาย

เพราะต่างประเมินว่า ทั้งซาอุฯ และประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ ต่างน่าจะหาแนวทางที่จะรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน หรือการผลิตน้ำมันให้นิ่งที่สุด

และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ

หุ้นน้ำมันเมื่อวิ่งขึ้นมาแรง ก็ร่วงลงแรงทันที เมื่อซาอุฯ บอกว่า จะเริ่มกลับมากลั่นน้ำมันได้ตามปกติในสิ้นเดือนก.ย.นี้

ช่วงนี้หากใครเล่นสั้น หุ้นในกลุ่มแบงก์และน้ำมัน

คงต้องเข้าเร็วออกเร็วนั่นแหละ

ปลอดภัยสุด