ขายหุ้น PTTOR ไม่น่าง่าย.!

แผนการขายไอพีโอหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR และนำเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว.! เมื่อผู้มีอำนาจระดับสูงบางกลุ่มไม่เห็นด้วย..ด้วยข้ออ้างเรื่อง“ขายสมบัติชาติ” ที่คลาสสิกตลอดกาลและหวังผลได้มาตลอด

ขี่พายุทะลุฟ้า : สุภชัย ปกป้อง

แผนการขายไอพีโอหุ้นบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ PTTOR และนำเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว.! เมื่อผู้มีอำนาจระดับสูงบางกลุ่มไม่เห็นด้วย..ด้วยข้ออ้างเรื่อง“ขายสมบัติชาติ” ที่คลาสสิกตลอดกาลและหวังผลได้มาตลอด

ว่ากันว่าเสียงจากผู้มีอำนาจดังกล่าวส่งผ่านมาถึงคนชื่อ “ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย” ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เพื่อให้ชะลอแผนการขายหุ้นไอพีโอ PTTOR ออกไปก่อน นั่นจึงทำให้แผนการขายไอพีโอหุ้น PTTOR จึงไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เลย จากกำหนดเดิมจะต้องยื่นไฟลิ่งและขายหุ้นไอพีโอช่วงปลายปีนี้

อย่างไรก็ดีมีเงื่อนไขเกิดขึ้นใหม่ตามมาเช่นกันว่า หาก PTTOR จะต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการกระจายหุ้นเพียงแค่ 20% โดยปตท.จะต้องถือหุ้นใหญ่ 80%

แตกต่างจากเจตนารมณ์เดิมคือปตท.จะถือหุ้นเพียง 45-49% เพื่อให้ PTTOR พ้นจากพันธนาการรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเป็นบริษัทเอกชน ที่มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและสามารถแข่งขันกับเอกชนรายอื่นได้ ตามสภาวการณ์แข่ง ขันเสรีธุรกิจน้ำมัน

ปัญหาจึงอยู่ที่ “กรอบความคิด” ที่ยึดติดอยู่กับคำว่า “ขายสมบัติชาติ” ก็เป็นที่น่าเสียดายสำหรับ PTTOR หากไม่สามารถเข้าตลาดหุ้นได้ ต้องถูกล้อมกรอบจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ จนมีข้อจำกัดในการขยายการเติบโตและแข่งขันในตลาดอย่างหลีกเลี่ยงได้

เช่นเดียวกับตลาดหุ้นที่จะเสียโอกาสที่มีหลักทรัพย์คุณภาพ เข้ามาในตลาดหุ้น ขณะที่นักลงทุนก็เสียโอกาส เข้ามาเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ชั้นดีไป

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า งบแสดงฐานะทางการเงิน PTTOR ปี 2561 มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 202,432 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สิน 112,221 ล้านบาท และส่วนทุน 90,211 ล้านบาท มีรายได้ 281,258 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 801 ล้านบาท

แต่หากมีการกระจายหุ้นเพียง 20% ให้นักลงทุนทั่วไป อาจเป็นการกระทำที่เสียเวลาเปล่า.! ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรอย่างแท้จริง นั่นหมายถึง PTTOR เม็ดเงินระดมทุนที่ได้เพียงเล็กน้อย ไม่คุ้มค่ากับเงินกู้ที่นำลงทุนซื้อสินทรัพย์ต่าง ๆ เข้ามา มูลค่ากว่า 110,000 ล้านบาท

ปัญหาจึงย้อนกลับไปยังกรรมการปตท.ที่นำโดย “ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย” จะทุบโต๊ะตัดสินเรื่องอย่างไร.!? หากเป็นเรื่อง “ขายสมบัติชาติ” ที่กลัวกันนักกันหนา..ก็มีคำตอบแล้ว เพราะสินทรัพย์ว่าด้วยสัญญาเช่าต่าง ๆ ที่โอนไปจากปตท.ไปยัง  PTTOR ไม่ได้เป็นโอนสัญญา แต่เป็นการเช่าช่วงเท่านั้น

เรื่องนี้เชื่อว่า “ไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย” เข้าใจเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ในฐานะที่อยู่กับองค์กรภาคเอกชนมาโดยตลอด ที่สำคัญน่าจะเข้าใจบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และกลไกตลาดทุนเป็นอย่างดี..!!

เพราะขนาดประธานกรรมการคนก่อนหน้าคือ “ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” ที่คุ้นชินกับองค์กรภาครัฐมาโดยตลอด ยังเข้าใจและสนับสนุนการนำหุ้น PTTOR กลายพันธุ์จากรัฐวิสาหกิจ เป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว เพื่อเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เลย.!!

หรือว่า..เข้าใจอยู่แล้ว..แต่ทำเป็นไม่ยอมเข้าใจ..เท่านั้นเอง..!!