ขายมากเกินไป ?

*วันนี้ “โมนิก้า” ขออนุญาตเม้าท์ถึงเรื่องสัญญาณเทคนิครัว ๆ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจเมื่อเห็นดัชนียังไม่มีทีท่าจะผงกหัวขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงต้องบรรยายเนื้อหาสำคัญเพื่อให้แฟนคลับได้รู้ถึงโอกาสที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงอีกยังเปิดกว้าง แถมตัวแปรที่จะเข้ามาบิลต์อารมณ์ให้ฮึกเหิมก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เดี๊ยนถึงมีอาการเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เมื่อเห็นอาการนักเล่นกลุ่มสถาบันยังแทงกั๊กไม่เลิกน่ะซี

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*วันนี้ “โมนิก้า” ขออนุญาตเม้าท์ถึงเรื่องสัญญาณเทคนิครัว ๆ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจเมื่อเห็นดัชนียังไม่มีทีท่าจะผงกหัวขึ้นอย่างเป็นทางการ จึงต้องบรรยายเนื้อหาสำคัญเพื่อให้แฟนคลับได้รู้ถึงโอกาสที่ดัชนีจะอ่อนตัวลงอีกยังเปิดกว้าง แถมตัวแปรที่จะเข้ามาบิลต์อารมณ์ให้ฮึกเหิมก็ยังไม่ปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เดี๊ยนถึงมีอาการเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ เมื่อเห็นอาการนักเล่นกลุ่มสถาบันยังแทงกั๊กไม่เลิกน่ะซี

*เมื่อทุกคนมองการซื้อหุ้นด้านล่างมีความเสี่ยงในการลงทุนน้อยกว่า “โมนิก้า” ถึงต้องเอาข้อมูลเทคนิคที่เป็นไฮไลต์สำคัญมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง เพื่อจะได้เห็นโอกาสในการซื้อของดีรอบใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว หลังดัชนีแกว่งตัวขึ้น ๆ ลง ๆ เหมือนรอปัจจัยบางอย่างเข้ามาหนุน ต่อจากนั้นจะเด้งขึ้นอย่างร้อนแรงเหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เดี๊ยนถึงต้องนำประเด็นนี้มาขยายให้แฟนคลับได้รับรู้ไงล่ะคะ

*โดยข้อมูลชุดนี้เริ่มต้นจากเดือน ส.ค. ในช่วงที่ดัชนีทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จนดัชนีลงมาป้วนเปี้ยนแถว 1,605 จุด และจังหวะนั้นทำให้ค่า Modified Stochastic %K ลดลงมาอยู่ที่ 8.83 ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนดัชนีแกว่งตัวขึ้นอย่างช้า ๆ จนขึ้นไปถึงบริเวณ 1,680 จุด และถูกถล่มขายอย่างหนักอีกรอบ ส่งผลให้ดัชนีรูดลงมากองอย่างที่เห็นกันในวันนี้พะยะค่ะ

*นอกจากนี้หากย้อนกลับไปดูสถานการณ์ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีโดนกดลงมาอยู่ที่บริเวณ 1,610 จุด ตอนนั้นค่า Modified Stochastic %K ลดลงมาอยู่ที่ 9.73 ก่อนจะมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จนดัชนีทะยานขึ้นอย่างช้า ๆ จนขึ้นไปถึงบริเวณ 1,750 จุด ก่อนจะอ่อนตัวลงมาเรื่อย ๆ พร้อมกับลงมายืนอยู่ที่บริเวณ 1,600 จุด เท่ากับเป็นการตอกย้ำวัฏจักรเดิม ๆ ยังปรากฏให้เห็นนะจะบอกให้

*ด้วยเหตุนี้ “โมนิก้า” ถึงต้องออกมาฟันธงแบบไม่กลัวด้ามธงหักอีกครั้งว่า การที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,605.96 จุด ลบไป 4.73 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.67 หมื่นล้านบาท โดยที่ค่า Modified Stochastic %K ลดลงมาอยู่ที่ 10.25 ย่อมเป็นโอกาสของการลงทุนรอบใหม่อย่างแน่นอน แถมค่าสัญญาณอื่น ๆ ก็บอกไปในทางเดียวกันว่า หุ้นเข้าเขตขายมากเกินไป! จึงเชื่อได้ทันทีว่า Downside risk ค่อนข้างต่ำเจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ PTT เด้งจากราคาต่ำสุดบริเวณ 41 บาท (ตอนนั้นค่าโมดิไฟด์อยู่แถว ๆ 5) ก่อนจะแกว่งตัวไปมาแถว ๆ 45 บาท ท่ามกลางค่าสัญญาณต่าง ๆ หัวยังปักลงดินนั้น ไม่ได้ทำให้ “โมนิก้า” มีความกังวลใจเหมือนก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่? เพราะเมื่อมองดูจากค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับสูง ผสมโรงกับการเก็บหุ้นรอบใหม่ของกองทุนในประเทศ จึงทำให้ราคาปิดที่ 45.75 บาท บวกไป 0.25 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 825 ล้านบาท เป็นโอกาสของการทยอยสะสมนะคะ

*คล้ายกับกรณีของ EA อยู่ในเขต oversold ค่อนข้างนาน ทั้งที่พื้นฐานยังแข็งโป๊ก “โมนิก้า” ย่อมมองเป็นจังหวะของการสอยหุ้นเข้าพอร์ตทีละเล็กทีละน้อย ยิ่งเหลือบมองดูจากค่า Modified Stochastic %K ยังอยู่ที่ระดับ 13.50 ยิ่งทำให้เดี๊ยนมั่นใจมากขึ้นเป็นกองว่า วันนี้ไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป! หลังพรายกระซิบยืนยันหนักแน่นว่า ปี 2563 ได้เห็นตัวกำไรเติบโตล้านเปอร์เซ็นต์นะจะบอกให้

*อีกรายที่น่าสนใจสุด ๆ ในมุมของหุ้นที่เข้าเขตขายมากเกินไปต้องยกให้ QH ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช็อตเด็ดที่นักเล่นไม่อาจมองข้ามไปได้ เพราะเมื่อมองดูจากค่า Modified Stochastic %K ทรุดตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 6.20 ควบคู่กับมูลค่าทางบัญชีของหุ้นที่ระดับ 2.47 บาท “โมนิก้า” ย่อมมองราคาปิดที่ระดับ 2.56 บาท ลบไป 0.04 บาท หรือลงไป 1.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 183 ล้านบาท น่าจะเป็นจังหวะของการทยอยเก็บหุ้นอย่างไม่ต้องสงสัย แถมบริเวณนี้ยังเป็นจุดเด้งกลับสำคัญของหุ้นที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วแบบนี้..น่าสนใจไหมเฮีย!

*สำหรับในรายของ BPP ผลงานก็ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่ แถมยังมีสตอรี่ให้ติดตามเป็นระยะ แต่บรรดาผู้เล่นกลับสาดหุ้นทิ้งแบบไม่ดูดำดูดี จนราคาหุ้นลงมาปิดที่ 18.70 บาท ลบไป 0.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time low ให้เห็นเรื่อย ๆ อาจเป็นเรื่องที่ทำให้นักเล่นเกิดความกังวลใจอย่างแรงก็จริง แต่เมื่อมองดู BV ที่ระดับ 13.20 บวกกับค่า Modified Stochastic %K ทรุดตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 13.20 จึงทำให้หุ้นน่าสนใจขึ้นมาในทันทีจ้า!

*ตบท้ายกันที่หุ้นทีวีช้อปปิ้ง RS ก็ตกอยู่ในกลุ่มของหุ้นที่ลงลึกเกินไป และพร้อมเด้งกลับแรงเมื่อสบช่องได้โอกาส (ค่าโมดิไฟด์อยู่แถว ๆ 9.5) “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับมองดูราคาปิดที่ 15.40 บาท บวกไป 0.10 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 54 ล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่หุ้นเคยลงมาเป็นประจำ ต่อจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปได้ทุกทีแบบนี้ มันใช่จังหวะของการเล่นแบบตีหัวเข้าบ้านหรือเปล่า? ลองไปคิดกันดูนะคะ