“แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้” เล็งเคาะราคาขาย IPO พ.ย. คาดเข้าเทรด SET ทันปีนี้

"แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้" หรือ ACE เล็งเคาะราคาขาย IPO พ.ย. คาดเข้าเทรดทันปีนี้ เผยเดินสายโรดโชว์แก่นักลงทุนสถาบันในประเทศแล้วกว่า 20 สถาบัน

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถกำหนดราคาขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ภายในเดือน พ.ย.และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ได้ภายในปีนี้

โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้เดินสายโรดโชว์แก่นักลงทุนสถาบันในประเทศไปแล้วกว่า 20 สถาบัน โดยได้รับผลตอบรับที่ดีเนื่องจากบริษัทมีความเชี่ยวชาญการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 4 ประเภท ได้แก่ โรงไฟฟ้าชีวมวล ปัจจุบันเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 9 โครงการ มีกำลังการผลิตและจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว 89.1 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาราว 15 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกว่า 200 เมกะวัตต์ ,

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 1 โครงการ กำลังการผลิตรวม 114.4 เมกะวัตต์ ซึ่งมีการ COD ไปแล้วทั้งหมด, โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 1 โครงการ มีกำลังการผลิตและ COD แล้ว 6 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีกจำนวน 1 โครงการ กำลังการผลิตรวม 5 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 2 โครงการ มีกำลังการผลิตที่ COD แล้ว 1.73 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 3.29 เมกะวัตต์

รวมทั้งสิ้นบริษัทมีโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 13 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตติดตั้งรวม 211.18 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการอีก 20 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวมที่ 210.19 เมกะวัตต์ ซึ่งรวมกำลังการผลิตติดตั้งเป็น 421.37 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถ COD ได้ในปี 65

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตรวมเป็น 1,000 เมกะวัตต์ ในปี 67 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตของกำลังการผลิตที่ 36% จากปีนี้ โดยจะมาจากโรงไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งชีวมวล ชีวภาพ ขยะชุมชน และพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งแนวโน้มการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนของโลก ที่ผ่านมารัฐบาลทั่วโลกได้ร่วมมือกัน ตั้งเป้ามีปริมาณการปล่อยคาร์บอนเท่ากับศูนย์ภายในปี 93

อีกทั้งยังมีการปฏิวัติรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยสหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส มีเป้าหมายที่จะยกเลิกการใช้น้ำมันภายในปี 83 และเนเธอร์แลนด์ มีเป้าหมายยกเลิกการใช้น้ำมันในปี 68 ซึ่งทางผู้ผลิตรถยนต์ประกาศสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์ Hybrid

ขณะเดียวกันในประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 72 (5) ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รวมทั้งพัฒนาและสนับสนุนให้ทีการผลิตและการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อเสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งนโยบายและการกระทำของรัฐบาลจะต้องเป็นไปตามมาตรานี้

นอกจากนี้ประเทศไทยก็มีแผนปฏิรูปพลังงาน และทางกระทรวงพลังงาน ก็มีแนวโน้มที่อาจจะปรับปรุงแผน PDP 2018 ซึ่งสัดส่วนพลังงานทดแทนสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก โดยอาจารย์จากสถาบันชั้นนำของประเทศไทยก็มีการเสนอความคิดเห็นในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนได้มากถึง 40% ทำให้ส่งผลดีต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ

ด้าน นางสาวจิรฐา ทรงเมตตา ประธานกรรมการบริหาร ACE กล่าวว่า บริษัทคาดว่าในอนาคตจะมีผลการดำเนินงานที่เติบโตต่อเนื่อง ตามกำลังการผลิตและการ COD ที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 3 ปีย้อนหลัง (59-61) บริษัทฯ มีรายได้ 2,161 ล้านบาทในปี 59 และในปี 60 เพิ่มขึ้นเป็น 4,346 ล้านบาท และในปี 61 เพิ่มขึ้นเป็น 4,849 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 50 % ส่วนกำไรสุทธิ ก็มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปี 59 มีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท ปี 60 มีกำไรสุทธิ 334 ล้านบาท และปี 61 มีกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 547 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยปีละ 101 %

พร้อมกันนี้มองภาวะตลาดในช่วงนี้ แม้ว่าจะไม่ค่อยเอื้อต่อการลงทุนมากนัก แต่บริษัทฯ ก็มีความมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน จากจุดแข็งที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของประเทศและผู้นำด้านพลังงานสะอาด (The Clean Energy Leader) เห็นได้จากการเข้าไปประมูลโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งบริษัทฯ สามารถชนะการประมูลเป็นส่วนใหญ่