กำไรร่วง-จีดีพีวูบ

จะว่าไปแล้ว (กำไร-จีดีพี)

ลูบคมตลาดทุน : ธนะชัย ณ นคร

จะว่าไปแล้ว (กำไร-จีดีพี)

2 ปัจจัยลบที่ว่านี้ ตลาดหุ้นน่าจะรับทราบ หรือซึมซับกับข่าวดังกล่าวไปแล้ว

เมื่อวานนี้ดัชนีสะดุ้งในช่วงเช้าเล็กน้อย

ช่วงเปิดตลาด เหมือนนักลงทุนยังลังเลว่า จะขายหรือซื้อดี

แต่ในที่สุด มีแรงแพนิกเล็ก ๆ

นักลงทุนขายหุ้นกันออกมา กดดัชนีลงไปต่ำสุด 1,596.80 จุด หรือลงไปกว่า 5.43 จุด

เดิมนั้นก็คิดว่า สงสัยจะไม่รอดแล้วล่ะ

โอกาสที่ดัชนีจะพลิกกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 1,600 จุดอีกครั้ง น่าจะเป็นไปได้ยาก และน่าจะเป็นแนวต้านสำคัญไปแล้ว

ทว่า สถานการณ์ต่อมากลับไม่เป็นเช่นนั้น

เมื่อมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงก่อนปิดตลาดภาคเช้า ทำให้ดัชนีขึ้นมายืนในแดนบวกได้

และอยู่เหนือระดับ 1,600 จุด

ก่อนที่เปิดมาภาคบ่าย ดัชนีวิ่งขึ้นต่อเนื่องไปอีก และมาปิดตลาด +5.77 จุด ปิด 1,608.00 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายยังค่อนข้างเบาบาง หรือกว่า 42,907 ล้านบาท

แต่การที่ดัชนีกลับขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุดได้นั้น

ว่ากันว่า เป็นเซนติเมนต์ที่ดี

และมีแนวโน้มว่า วันนี้อาจจะมีโอกาสขยับไปต่อได้

เพียงแต่ว่าอาจจะไซด์เวย์พอสมควร

เพราะนักลงทุนเองก็จะเข้าไปเลือกเล่นหุ้นกันเป็นรายตัวที่ดูแล้วว่า แนวโน้มไตรมาส 4 จะออกมาดี

แล้วแนวโน้มปี 2563 ยังเติบโตต่อเนื่องได้อีก

ส่วนหุ้นบางตัวที่แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาแย่ หรือต่ำกว่าคาดการณ์

แต่หากราคาลงมาต่ำ หรือสะท้อนกับปัจจัยลบมากเกินไป จนเรียกว่า “ถูก”

ก็อาจจะเห็นการซื้อกลับของหุ้นเหล่านั้นได้

ทบทวนกันอีกครั้งกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) งวดไตรมาส 3/2562

มีกำไรสุทธิรวมกันกว่า  2.15 แสนล้านบาท ลดลง 17.5-18.0% เมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 3/2561

แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือ 1.5% จากไตรมาส 2/2562

กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กำไรออกมาแย่สุด ตามทิศทางของตลาดน้ำมัน และสเปรดปิโตรเคมีที่ต่ำ

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ยังคงไม่พ้นน้ำมือจากที่แบงก์ชาติออกมาตรการ LTV ทำให้ยอดขายบ้านและคอนโด ร่วงลงอย่างหนัก ขายกันไม่ออก

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง นี่ก็แย่เช่นกัน ยังหาฝั่งไม่เจอ

หุ้นหลายตัวยังลอยคออยู่กลางทะเล

ส่วนกลุ่มที่ผลประกอบการออกมาดี เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์

แต่อย่างว่าล่ะ บางแบงก์มีกำไรพิเศษเข้ามาช่วยหนุน ทำให้ภาพรวมออกมาดูดีขึ้น

แต่ภาพรวมหนี้เสียกลับเพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนยังคงหวั่น ๆ  ต่อไป และเกรงว่า แบงก์จะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นหรือไม่

รวมถึงประเด็น IFRS 9 ที่ต่างออกมาบอกกันว่า ตั้งการ์ดกันแน่นเปรี๊ยะ ไม่ต้องห่วง

แต่ความจริงแล้ว จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่

ราคาหุ้นแบงก์เลยแกว่งอยู่ในกรอบ ไม่วิ่งไปไหนซักที

หรือพอขยับขึ้นมาได้บ้าง ก็จะถูกเทขายทำกำไรกัน

กลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม เช่น CPF ผลประกอบการออกมาดีมาก และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างยังแนะนำ “ซื้อ”

ส่วนกลุ่มไฟแนนซ์ แม้กำไรสวยงาม และมีโอกาสที่จะงดงามต่อไปได้อีกยาว ๆ

แต่จากราคาหุ้นที่ขยับขึ้นมาค่อนข้างสูง ทำให้ นักลงทุนเลือกที่จะเล่นสั้น ๆ ขายทำกำไรกันเป็นรอบไปมากกว่า และยังต้องคอยระวัง “พี่กอง” หรือกองทุนเทขาย หากราคาหุ้นนั้น ๆ ใกล้เต็มมูลค่าอีก

ปีนี้แม้จะมองกันว่าดัชนีไม่น่าจะต่ำกว่า 1,600 จุด

แต่ก็คงไปไม่ถึง 1,700 จุดแล้วล่ะ