BA รอด..! AAV-NOK ปีกหัก

งบไตรมาส 3/62 นอกจากเป็นฝันร้ายของกลุ่มสายการบินแล้ว ยังเป็นตราบาปทำให้นักลงทุนที่มีหุ้นสายการบินติดอยู่ในพอร์ตพลอยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไปด้วย..!

สำนักข่าวรัชดา

งบไตรมาส 3/62 นอกจากเป็นฝันร้ายของกลุ่มสายการบินแล้ว ยังเป็นตราบาปทำให้นักลงทุนที่มีหุ้นสายการบินติดอยู่ในพอร์ตพลอยป่วยเป็นโรคซึมเศร้าไปด้วย..!

เพราะงบที่เพิ่งประกาศออกมาช่างน่าผิดหวัง..โชว์ตัวเลขขาดทุนกันถ้วนหน้า ไล่มาตั้งแต่ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV, บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK และพี่ใหญ่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI

เห็นจะมีแต่บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เจ้าเดียวเท่านั้นที่เอาตัวรอด…

ตัวการหลักที่ทำให้บรรดาสายการบินต้องเผชิญภาวะผลประกอบการตกต่ำ เกิดจากต้นทุนน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งน้ำมันเป็นต้นทุน 25-30% ของธุรกิจสายการบิน

ถัดมาเป็นเรื่องสงครามราคาที่สายการบินต่าง ๆ แข่งขันกันทำโปรโมชั่นตั๋วราคาถูก เพื่อจูงใจผู้โดยสาร หวังให้อัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟกเตอร์) เพิ่มขึ้น แต่ทำให้กำไรเบาบาง…

บวกกับไตรมาส 3 เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจ แถมปีนี้ยังเจอภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และพิษค่าเงินบาทเข้ามาซ้ำเติมอีก ทำให้สายการบินยืนระยะไม่ได้ เลยขาดทุนอย่างที่เห็น

ขนาดที่ว่าสายการบินต้นทุนต่ำเบอร์หนึ่งอย่าง AAV ยังพลิกมาขาดทุนสุทธิ 416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 358 ล้านบาท

สาเหตุหลักที่ขาดทุน แม้จะเห็นการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว เนื่องจากยังถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคา ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3% อยู่ที่ 10,143 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 80 ล้านบาท

ส่งผลให้งวด 9 เดือน พลิกมาขาดทุนสุทธิ 401 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 339 ล้านบาท

ฟาก NOK แม้ทำผลงานได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ดีพอที่จะสะกดคำว่ากำไร โดยยังขาดทุนสุทธิ 634 ล้านบาท ลดลง 42.68% จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 1,106 ล้านบาท

เป็นเพราะค่าใช้จ่ายลดลง 14.70% อยู่ที่ 3,273 ล้านบาท เนื่องจากสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้น ขณะที่อัตราการใช้เครื่องบินต่อลำดีขึ้น จาก 8.37 ชั่วโมง/วันในไตรมาส 3/61 มาอยู่ที่ 9.47 ชั่วโมง/วันในไตรมาส 3/62

รวม 9 เดือนปีนี้ NOK ขาดทุนสุทธิ 1,616 ล้านบาท ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1,962 ล้านบาท

ส่วน THAI ก็ยังหากำไรไม่เจอเหมือนเดิม…โดยขาดทุนสุทธิ 4,681 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุนสุทธิ 3,700 ล้านบาท

สาเหตุเกิดจากปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการเดินทางของผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้า รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลง 10.4% อยู่ที่ 4,605 ล้านบาท รวมทั้งขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์และเครื่องบิน 181 ล้านบาท

ส่งผลให้ 9 เดือนปีนี้ THAI ขาดทุนสุทธิไปแล้ว 11,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 4,082 ล้านบาท

ด้าน BA อวดกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของรายได้ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบินและกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงรายได้ที่ไม่ได้แบ่งตามสายธุรกิจ และค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของธุรกิจสายการบินที่ปรับลดลง

แต่งวด 9 เดือนแรกปีนี้ พลิกมาขาดทุนสุทธิ 131 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิ 663 ล้านบาท

กรณีของ BA ที่ไตรมาส 3/62 ยังรักษากำไรไว้ได้ อาจเป็นเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสนามบินของตัวเอง และมีการขายตั๋วพ่วงกิจกรรม ทำให้สามารถขายตั๋วราคาแพงกว่าตั๋วโลว์คอสต์ทั่ว ๆ ไป

BA จึงกลายเป็นหงส์เพียงตัวเดียวท่ามกลางฝูงอีกา…!!

…อิ อิ อิ…