“สุชาติ” เร่งดันกฎหมาย “Climate Change” หนุนไทยสู่ผู้นำเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“สุชาติ” สั่งเร่งร่าง พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว หวังยกระดับไทยสู่ผู้นำเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมวาง 4 กลไกหลัก ทั้งนโยบาย Net Zero การปรับตัว ลดก๊าซเรือนกระจก และกองทุนภูมิอากาศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับภูมิภาค พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีศักยภาพในการรับมือและบริหารจัดการภัยพิบัติด้านสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

ทั้งนี้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. …. เป็นวาระแรก ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนายสรรเสริญ ไกรจิตติ ประธานกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 เป็นประธานการประชุม

สำหรับการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวม วัตถุประสงค์ หลักการ และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุม 205 มาตรา แบ่งออกเป็น 14 หมวด โดยกำหนดกลไกการดำเนินงานสำคัญ 4 ส่วน ประกอบด้วย

1.กลไกด้านนโยบาย เพื่อกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ร่วมกับคณะกรรมการนโยบายระดับชาติ

2.กลไกการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ และการปรับตัวต่อผลกระทบในระดับพื้นที่และรายสาขา

3.กลไกการลดก๊าซเรือนกระจกตามพันธกรณีระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ

4.กลไกการเงินผ่านกองทุนภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มศักยภาพของประเทศในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นกฎหมายสำคัญในการวางโครงสร้างการบริหารจัดการด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติการกำหนดเป้าหมายเชิงนโยบาย การรับมือความเสี่ยง การลดก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนทางการเงิน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

Back to top button